ก่อนปีใหม่ปีนี้ แม่รับปีใหม่ในโรงพยาบาล โรคกระเพาะกำเริบ ดีทีมีพ่ออยู่เป็นเพื่อน ส่วนเรากลับไปนอนเฝ้าบ้านเหมือนเดิม คราวนี้มีสมาชิกไปอยู่เป็นเพื่อนมากมาย ประกอบไปด้วย แจ่ม อังและน้อยหน่า (น้องสาวอัง) วันที่ 30 ธันวา วันเกิดมะเหมี่ยว จำได้ทุกปี เพราะมันใกล้ปีใหม่ ไม่ใช่ว่ารักเพื่อนอะไรหรอกนะ? ปีนี่ออกไปฉลองวันเกิดให้เพื่อนที่ร้านเดิม ไม่ว่าจะเทศกาลอะไรก็ตาม บ้านมันดันเป็นร้านเค้ก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องมีเค้ก ใครบางคนเคยบอกมาว่า “คนทุกคนล้วนสมควรได้รับเค้ก ในวันเกิด ฉะนั้น อย่าฉลองวันเกิดโดยไม่มีเค้ก”?
วันที่ 31 มีนัดกะน้อง มันต้องทำสื่อการสอนส่งอาจารย์ เป็นการสอนคนปั้นดินเป็นตุ๊กตาประดับสวน รับปากมันว่า จะหานักเรียนโข่งไปเป็นตัวประกอบในงานนี้ ได้มา 5 ราย ดังนี้ แจ่ม อัง น้อยหน่า ป๋อม และวิช ตากล้อง 1 คน คือ น้องกิฟท์ และฝ่ายสนับสนุน 2 คน โตและเหมี่ยว ที่ไม่ช่วยอะไร มานั่งจิบเบียร์และด่าฝีมือคนอื่นอยู่ตลอดเวลา การเรียนการสอนผ่านไปได้ด้วยดี ทุกคนปั้นออกมาหน้าตาเป็นหมู และสามารถยืนด้วยลำแข้งของหมูได้เอง ต่อจากนี้ไป เราก็ต้องรอให้ดินแห้ง ก่อนจะนำไปเผา ซึ่งไม่สามารถรับประกันได้ว่า เผาแล้วจะเละหรือระเบิดรึป่าว ซึ่งน้องโทรมาหาเมื่อเช้า บอกข่าวร้ายว่า หมูหัวหลุดเพราะเราติดกาวกันไม่ดี ไม่มีรอดซักตัว ยังไม่ทันได้เผาเลย เละซะแล้ว เราคงเก็บกันไว้ได้แค่รูปถ่ายนั่นแหละ ยังไม่ได้บอกข่าวนี้กะใครเลย สงสัยว่าจะเสียดายกันเป็นแถวๆ ที่ไม่ได้เก็บฝีมือการปั้นของตัวเองเป็นที่ระลึก
คืนนั้นเราก็รวมพลไปเคาท์ดาวน์กัน ที่เดิม จะไปที่ไหนได้ เดี๋ยวนี้มีอยู่ที่เดียว ซึ่งวันนี้คนเยอะมากกกกกกกกกกก เต็มร้านไปหมด แทบไม่มีที่อยู่ เพื่อนเราเมาเละ ขำดี แต่ก็สนุกสนาน วันนั้นเราปิดฉากที่ตี 2?
วันที่ 1 มกราคม ยัง กิจกรรมเรายังไม่จบแต่เพียงเท่านั้น ตื่นมาก็เก็บข้าวเก็บของ ไปสวนผึ้ง ซึ่งก็ไปมั่วๆนะ ไม่ได้มีการจองหรือวางแผนอะไรทั้งนั้น ไปหาเอาดาบหน้า ที่สวนผึ้ง คนเยอะ รถแยะ สวนกันยังกะขบวนพาเหรด ยิ่งที่ซีนารี่ ที่เค้าฮิตกัน เพียบบบบบบบ เราก็แวะเข้าไปดูแกะและก็ถ่ายรูปกัน ไม่เถียงว่ารีสอร์ทเค้าสวยจริงๆ ถ่ายรูปกันจนหนำใจแล้วก็ได้เวลาหาที่พักกันอย่างจริงจังแล้ว ก่อนที่จะค่ำ สรุปแล้ว เราได้มานอนเต็นท์กัน มีเต็นท์เท่านั้นที่ว่าง ณ จุดนี้ เอาแล้ว เรื่องการอาบน้ำอาบท่า ไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเราอยู่แล้ว แต่บรรยากาศดีนะ อากาศเย็นกะลังดี พอให้ได้ใส่เสื้อกันหนาว ตอนเช้ามีหมอกลงให้ตื่นตาตื่นใจ เราไปต่อกันที่บ่อน้ำพุร้อน กะว่าจะไปอาบน้ำแร่แช่น้ำนมกันซะหน่อย ปรากฏว่า คลื่นมหาชนถาโถม เราเลยล่าถอย ไปนั่งบนต้นน้ำ เอาตูดไปอังไอร้อนพอให้ร่างกายอบอุ่น ก่อนจะออกเดินทางต่อไปยังไร่กุหลาบ ที่มีกุหลาบดอกเท่าชามข้าม ไม่รู้ว่าจะใหญ่ไปไหน
ยังอีก ก่อนกลับบ้าน เราไปเหมากล้วยกันมาหลายหวี เพื่อจะเอามาแจกลิงที่เขางู ตามที่แจ่มอยากเหลือเกิน ไม่ได้ขึ้นมาบนเขางูตั้งนาน หลังจากที่มากะไอ้ 3 พี่น้องครั้งนั้น เชาวน์?โชติและชาญ มาคราวนี้เอากล้วยมาแจกลิงโดยเฉพาะ ?ไม่น่าเชื่อว่าลิงที่นี่มีมารยาทมากเลย ไปปีนป่ายรถ ไม่แย่งกัน มานั่งรอนิ่งๆ รอให้เราโยนไปให้ น่ารักดีจริงๆ อย่างนี้สิมันถึงน่ามาเลี้ยง 555 ลิงเยอะ น่ารักดี
เย็นวันที่ 2 พลังของพวกเรายังไม่ลดลง ไปต่อกันที่ตลาดน้ำอัมพวา เนื่องจากอังงอแงจะกินหอยเชลล์ ถึงกับต้องขับรถมาไกล เพื่อการนี้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ตลาดมันขยายออกไปอีกเพียบเลย ไม่น่าเชื่อ เดี๋ยวนี้มันมีร้านเพิ่มขึ้น แข่งกันแต่ง แข่งกันสวย แข่งกันบ๊านบ้าน แต่ดีที่มีพิพิธภัณฑ์เพิ่มขึ้นเยอะเลย มีอะไรให้ดูเยอะดี สงสัยต้องไปบอกเพื่อนๆให้มากันใหม่ซะแล้ว 555 พอแล้ววันนี้ หมดพลัง
วันที่ 3 ยัง ยังไม่จบ วันนี้แจ่มต้องไปหาแม่ที่นครปฐม แม่แจ่มมาขายของที่งานหน้าองค์พระ มันเลยต้องแวะไปหาแม่เพื่อทำหน้าที่ลูกที่ดี ไปช่วยเค้าขายของ เพื่อหวังผลที่ดีในอนาคต 555 เราก็ต้องตามไปด้วย ไม่ใช่ขยันแต่ว่าติดรถเค้ามา ก็ติดต่อไปเรื่อยๆ 555 ไปเนียะ ช่วยแป๊บเดียว นอกนั้น ไปกินข้าว ไปเดิน shopping กว่าจะกลับมาถึง กทม. ดึกเลย
สรุปแล้วเป็นไง ป่วย วันอาทิตย์ ไอ เจ็บคอ ??ตื่นมาเช้าวันจันทร์ไข้ขึ้น? เจ็บคอหนักกว่าเดิม ไอแทบจะตลอดเวลา สมน้ำหน้า หาเรื่องใส่ตัวจริงๆ เลยป่วยรับปีใหม่เลย ฮืมมมมมมมม
Posted on January 5th, 2009 by pattypom
Filed under: Uncategorized | Comments Off


5 ธันวาคม 2551
วันเฉลิมพระชนม์พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันพ่อแห่งชาติ และเป็นวันเดินทางสู่หลวงพระบางของเรา หลังจากมุ่งมั่นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แล้วก็ทิ้งทุ่นเพื่อนหนีไปจีนซะงั้น?ทริปนี้เลยถือเป็นการซ่อมหลวงพระบางตามที่สัญญากับธิไว้ ?

เราเดินทางกัน 3 คน ธิ ป๋อมและดี แจ่มเกิดติดภาระกิจกระทันหัน ไม่สามารถมาร่วมเดินทางกะเราได้ เราออกเดินทางจากหมอชิตตอน 1 ทุ่ม โดยรถ ป.1 999 บขส.หลับมั่ง ไม่หลับมั่ง ปวดเมื่อยเนื้อตัวมา 12 ชั่วโมง เรามาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่เชียงของตอน 7 โมงเช้า อากาศหนาวและด่านตม. ยังไม่เปิด เราเลยมีเวลาหาข้าวเช้ากินกันก่อน ที่นี่เป็นศูนย์รวมของคนที่ชอบการเดินทาง แบ่งเป็น 2 สาย คือ 1. คนที่เดินทางไปหลวงพระบางทางเรือและ 2.คนที่เดินทางไปจีนทางรถ
หลังจากด่านเปิด ต่อคิวยาวเฟื้อยผ่านด่านมาได้ จะต้องนั่งเรือข้ามโขง ค่าเรือคนละ 30 บาท เราก็ได้มาเหยีบฝั่งลาว ที่แขวงบ่อแก้ว จ่ายค่ารถไปท่าเรือช้าอีก ซาวบาท เราก็มาซื้อตั๋วเรือ จากข้อมูลที่ได้นับมา เรือออก 10 โมง จากการถามคนขายเรือออก 11 โมง แต่ความเป็นจริงเรือออกเที่ยง และที่สำคัญเราต้องหาเสบียงมาตุนกันเองในเรือ และแล้วความเสร่อแรกก็ปรากฎ เราทำซองมรดกตกทอดจากพี่อุ๊หายไป เดินไปตามหาทุกที่ที่เราไป ไม่เจอ หายไปดป็นจำนวนแสนกว่ากีบ เซ็ง เป็นอย่างงี้ทุกครั้งเลยที่ไปเที่ยว คราวที่แล้วที่ไปจีนก้ดันไปทำกล้องหาย คราวนี้ดีบ่นแทบตาย จืดสนิท

พื้นที่หลังเรือโดนจับจองโดยกลุ่มคนไทย ที่สามารถนั่งๆนอนได้ตามสบาย ดีกว่าไปนั่งบนเก้าอี้แคบๆ ที่นั่งได้แค่ครึ่งตูด แต่พอได้เวลาเรือออก มีฝรั่งกลุ่มใหญ่ บุกรุกพื้นที่เข้ามา นั่งกันเต็มพื้นที่ ไม่มีที่แม้แต่จะเหยียดขาออกไป แย่มาก ทุกคนมาพร้อมเบียร์และบุหรี่เต็มขั้น พอเรือสตาร์ท มีควันขโมง พร้อมกลิ่นน้ำมันโชยมา ทำเอาฝรั่งกลุ่มนั้นอพยพออกไปแทบไม่ทัน ควันและกลิ่นน้ำมันหายไปพร้อมกับฝรั่งกลุ่มนั้น ดีเลย เราได้เอกราชของเราคืน OK เลย สบายขึ้น บนเรือลำนี้มีหลายกิจกรรม เริ่มต้นด้วยการอ่านหนังสือ หลับ กินข้าว ถ่ายรูปและเขียนไดอารี่ แม้แดดจะแรงแต่ลมเย็นสบาย

16.15 บนเรือล่องแม่น้ำโขง

จากเชียงของสู่ปากแบง


รูปสวยๆ ขณะนั่งเรือ






Posted on December 16th, 2008 by pattypom
Filed under: Uncategorized | 2 Comments »
หลวงพระบางเป็นที่ที่หมายตามานานแล้ว ว่าจะไปชื่นชมซักครั้ง? ปีที่แล้ววางแผนแล้วก็พลาด ไม่พลาดดิ แต่ว่าไปอีกที่ที่ดีและประทับใจไม่แพ้กัน
ปีนี้ เราเริ่มต้นอีกครั้ง คราวนี้พลาดไม่ได้แล้ว ถ้าพลาดธิด่าเราตายแน่ เล่นเบี้ยวไปแล้วปีนึง มันก็รอเราข้ามปีเลยทีเดียว เราเริ่มวางแผนกันกันตั้งแต่ตุลา ค่อยๆอ่านหนังสือ สะสมข้อมูล ตอนนี้อากาสเริ่มหนาว อากาศที่ลาวคงจะดีกว่านี้แน่เลย เราจะเดินทางพรุ่งนี้แล้วทีแรกเฉยๆ ไม่ได้ตื่นเต้น แต่ว่าตอนนี้เริ่มตื่นเต้น เฝ้ารอคอยเวลาแล้ว
กลับมาจะมาเล่าเรื่องราวการเดินทางอีกครั้ง พร้อมรูปประกอบ และเอาความประทับใจมาฝากทุกคนอีกครั้ง สัญญาจ๊ะ ?
Posted on December 4th, 2008 by pattypom
Filed under: Uncategorized | 2 Comments »
พักนี้ไม่รู้ทำไม ว่าง เราใช้เวลากลับมาอ่านหนังสืออย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง ยิ่งอ่านก็ยิ่งเหมือนปล่อยตัวเองออกจากโลกปัจจุบันขึ้นทุกที พักนี้ในบ้านมีแต่หนังสือท่องเที่ยว ทั้งในเอเชียและยุโรป อ่านแล้วใจก็บินตามไป เหมือนจิตหลุดออกโลก ณ ปัจจุบันขณะ ซึ่งก็คิดว่า เป็นสิ่งที่ดี
เพราะตอนนี้จิตใจว้าวุ่น เวียนหัว จัดการอะไรไม่ค่อยได้ เหมือนทำอะไรค้างๆคา ไม่เสร็จสมบูรณ์ซักอย่าง มันเลยรู้สึกเหนื่อยกว่าที่เคย
เลยเริ่มที่จะหลุดออกจากโลกอีกแล้ว กายหนีไปไหนไม่ได้ ปล่อยใจไปก็ยังดี คราวนี้ไม่อยากหนีไปไหนแล้ว เหนื่อย หนีให้ตาย ก็หนีตัวเองไม่พ้อน อย่ามาหนีปัญหาเลยป๋อม เชื่อเหอะ ?คนแบบนี้แม่งมีทุกที่ ขี้นินทา ใช้ปากทำงาน ปากหวานแต่ใจแม่งดำฉิบ
ต่อให้งานหนักแล้วมีแต่คนดีๆ ดีกว่าเยอะเลย นี่งานไมหนัก แต่เหนื่อยกะคน เจอคนร้ายๆเนี่ยะ เปลืองพลังชีวิต
Posted on November 10th, 2008 by pattypom
Filed under: Uncategorized | 1 Comment »
พักนี้รู้สึกเหนื่อย เหมือนทำอะไรไม่เสร็จซักอย่าง ค้างๆคาๆ ไม่เป็นตัวของตัวเอง กังวล
ทำอะไรไม่ได้ ทำได้ก็ไม่ดี ไม่ได้ดั่งใจคนอื่นๆ ไม่ทันใจเรา ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่อะไรซักอย่าง
ไม่เป็นไปตามแผน ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครช่วย เหนื่อย เหนื่อย
และการที่คอมฯ เม้าท์เจ๊ง เป็นเรื่องที่เซ็งมาก คลิกครั้งเดียว ดับเบิ้ลให้กูตลอด กูไม่ต้องการ อย่ามารู้ดีไปหน่อยเลย
เรารับรู้ความเหนื่อย ความล้าได้จากการที่เราปวดต้นคอ ปวดไหล่มาก เหมือนใครมาขี่คอตลอดเวลา (เอ๊ รึว่ามีแล้วเราไม่รู้)
ล้มตัวลงนอนแต่ละวัน รู้สึกถึงความล้า มันเมื่อยมากเลย
แต่เหมือนมันจะไม่ได้รู้สึกมากนัก มันเหมือนกังวลอยู่ลึกๆ นานๆจะนึกขึ้นมาได้ทีนึง พอถึงได้ก็ห่วง ซักพักก็ลืม เดี๋ยวก็นึกได้อีก
แต่โดยรวมแล้ว ยังสามารถยิ้มและมีความสุขได้ทุกวัน เอาน่า เดี๋ยวมันจะดีขึ้น
ค่อยๆเป็นค่อยๆไป อย่าไม่กังวลกะมันนัก (อันนี้พยายามบอกตัวเอง) 555? สู้ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อยากทำกันนัก พอตามงานน่ะ อย่ามาด่ากูละกัน
?
?
?
Posted on October 29th, 2008 by pattypom
Filed under: Uncategorized | No Comments »
เดือนพฤศจิกา จะมีงานคืนสู่เหย้าของชาว บรร. ซึ่งปีนี้ รุ่น 3 เราเป็นคนจัดการ? เป็นเจ้าภาพ ยังงๆอยู่ว่าจะยังไง จัดงานใหญ่ๆมาก็เยอะ แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะทำได้ดีหรือเปล่า แต่ก็ยังดีที่เป็นงานพี่ๆน้องๆ แต่เกร็งน่ะ ผู้ใหญ่เค้าเฝ้าจับตาดูอยู่เนี่ยะซิ มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องจัดการ ?แต่ก็ยังไม่ได้ก้าวหน้าไปไหน หวั่นใจ จะทันการณ์มั้ยเนี่ยะ
?
วันไปประชุมก็ตกใจกับรุ่นน้องๆ ปีนี้รุ่น ที่ 14 หมายความว่าเราจบมา 10 ปีแล้วซิ เวลามันผ่านไปไวมาก เรายังจำหลายเหตุการณ์ใน 10 ปีที่แล้วได้ดีเหมือนว่ามันจะเกิดขึ้น เพื่อนๆที่เราคบกันอยู่ทุกวันนี้ เราเป็นเพื่อนกันมา 10 กว่าปี แต่เป็น 10 กว่าปีที่ดี ที่สุด
?
เราทะเลาะกันบ่อยๆ เลิกคบกันไปแล้วก็มี ดีกันมาก็มาก ร้องไห้ด้วยกันก็บ่อยไป หัวเราะกันจนน้ำตาไหลอยู่ทุกเมื่อ กินเหล้าเช็ดอ้วกกันมาตลอด ไม่เคยคิดเลยว่า ถ้าเราไม่มีเพื่อนเหล่านี้ เราจะเป็นยังไง เรามีกันอยู่เสมอ? หันไปทางไหนก็เห็น มันเป็นสิ่งที่ดีมากอย่างหนึ่งในชีวิตเราเลย เพื่อนทำให้เวลาเราล้มมีคนคอยพยุง และทำแผลให้
แม้เราจะไม่ใช่คนที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่คนแรกที่ใครจะนึกถึง เป็นคนสุดท้ายก็ยังดี อย่าลืมว่ามีกูเป็นพอ ไม่กล้าถามถ้าเค้าไม่เล่าให้ฟัง
นึกถึงโรงเรียนอันเป็นที่รักและความทรงจำดีๆ โชคดีที่เราเป็นรุ่นแรกๆที่ยังไม่มีความพร้อม ยังไม่ได้สะดวกสบายมากนัก ทุกคนมาลำบากด้วยกัน มีแต่เหตุการณ์สนุกๆ ที่โรงเรียนอื่นอาจจะไม่เคยมี มีเด็กแสบๆจากหลายๆที่มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย (ไม่รวมเรา เพราะเราถือเป็นเด็กเรียน และเด็กเรียบร้อย 555) ดังนั้นแล้วความมันส์จึงเกิดขึ้นตามมา เราอยู่ม. 6 กันแล้ว ยังวิ่งเล่นปิดแอบกันอยู่ โดนอาจารย์วิ่งไล่จับก็วิ่งหนี แอบกินขนมในหอพัก แอบเอามาม่ามาขาย?อ้างว่าป่วยเพื่อที่จะออกไปซื้อบะหมี่ ฝากคนงานซักผ้าซื้อหวย?และเด็ก ม.6 กลุ่มเดิม ก็ไปวิ่งเล่นน้ำฝนในสนามรักบี้??(นี่โตแล้วจริงหรือเปล่า )
?
งานนี้เราจะกลับเจอบรรยากาศเดิมๆอีกครั้ง เจอพี่ๆน้องๆ หลายคนตื่นเต้นจะกลับไปเจอเด็กๆ ในสังกัด 555?ว่าแต่ว่า เต้จะมามั้ย???? คิดถึงเต้ ไม่ได้ข่าวมานานแล้ว ตอนนี้เป็นยังไง อยู่ที่ไหน ไม่รู้เลย ถามเพื่อน มันก้ไม่หาข้อมูลให้เลย เซ็ง
?
อยากให้งานสำเร็จไปได้ด้วยดี อยากให้คนมางานเยอะๆ อยากให้ทุกคนสนุกในงานนี้ ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดละกันนะ
Posted on October 3rd, 2008 by pattypom
Filed under: Uncategorized | No Comments »
ทำไมวันนี้ หดหู่จัง ง่วง ซึม อยากกลับบ้าน คิดถึงคุณด้วย
คุณๆ เมื่อคืนฝันถึงคุณด้วย เป็นไงมั่ง คุณคงอยู่ในใจลึกๆ ขุดเท่าไหร่ก็ไม่ออก
หวังว่าคงสบายดี หวังว่าคุณคงมีความสุข ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร ขอให้มีความสุขนะ
If i know what is love it is because of you
?
?
?
Posted on September 22nd, 2008 by pattypom
Filed under: Uncategorized | No Comments »
คอยห้ามใจทีไรมันก็ยาก ทนไม่ไหว
ทุกครั้งที่เราใกล้ชิดกัน ฉันเพ้อฝันไปถึงไหน
อย่าไปอยู่ใกล้เธอ เตือนหัวใจตัวเอง
อย่ามัวฝันถึงเธอ แล้วฉันจะทำได้ไหม
อย่าคอยส่งยิ้มให้เธอ เธอคงไม่สนใจฉันสักนิดเลย
แล้วฉันจะฝืน ฝืนหัวใจตัวเองได้ไหม
แล้วฉันจะฝืนความรู้สึกของฉันได้ยังไง
ไม่อาจจะฝืนความรักที่มันเอ่อล้น
ฉันนั้นต้องฝืนทนกล้ำกลืน
อยู่กับความขื่นขม ที่เธอมองว่าฉันไม่มีตัวตน
ถึงจะยากเย็นเพียงใด ฉันก็คงต้องฝืนต่อไป
อย่าไปอยู่ใกล้เธอ เตือนหัวใจตัวเอง
อย่ามัวฝันถึงเธอ แล้วฉันจะทำได้ไหม
อย่าคอยส่งยิ้มให้เธอ เธอคงไม่สนใจฉันสักนิดเลย
แล้วฉันจะฝืน ฝืนหัวใจตัวเองได้ไหม
แล้วฉันจะฝืนความรู้สึกของฉันได้ยังไง
ไม่อาจจะฝืนความรักที่มันเอ่อล้น
ฉันนั้นต้องฝืนทนกล้ำกลืน
อยู่กับความขื่นขม ที่เธอมองว่าฉันไม่มีตัวตน
ถึงจะยากเย็นเพียงใด ต่อให้ฉันต้องทำอย่างไร
ฉันต้องทำให้ได้ ฉันต้องฝืนหยุดรักเธอ
แล้วฉันจะฝืน ฝืนหัวใจตัวเองได้ไหม
แล้วจะฝืนความรู้สึกของฉันได้ยังไง
ไม่อาจจะฝืนความรักที่มันเอ่อล้น
ฉันนั้นต้องฝืนทนกล้ำกลืน
อยู่กับความขื่นขม ที่เธอมองว่าฉันไม่มีตัวตน
ถึงจะยากเย็นเพียงใด ฉันก็คงต้องฝืนต่อไป
ถึงจะยากเย็นเพียงใด ฉันก็คงต้องฝืนต่อไป
แล้วฉันจะฝืนได้ไหม
ฉันนั้นต้องฝืนต่อไป
Posted on September 11th, 2008 by pattypom
Filed under: Uncategorized | No Comments »
1 กันยายน 2551
วิชโทรมาหาแล้วบอกว่า ใจเย็นๆ น้องสาเสียแล้ว เมื่อคืนนี้ ขับรถหลับในชนกับรถสิบล้อ ที่บางปลาม้า ขวัญฝากมาบอกป๋อม ตอนนั้นเราคิดว่ามันเป็นแค่ประโยคบอกเล่า เหมือนกับว่า วันนี้กูไปกินข้าวมันไก่มา แต่หลังจากที่วางสายจากวิชแล้ว ใจสั่น มือสั่น นั่งอึ้งอยู่ซักพัก ว่าเมื่อกี้สิ่งที่เราได้ยิน คืออะไร จริงหรือเปล่า หน้าของสาในวันที่เราเห็นครั้งแรกลอยมาทันที 10 กว่าปีที่ผ่านมา เรายังจำได้
จะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก เพราะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เพราะเราเพิ่งคุยกันเมื่อไม่นานมานี้เอง
รู้ข่าวมาว่า สาเผาวันพฤหัสนี้ ก็เลยชวนเพื่อนไป ดีที่เพื่อนๆก็อยากไปงานด้วย เพราะเพื่อนก็รู้จักสาดี อยากไปเห็นสาเป็นครั้งสุดท้าย แต่อีกใจก็ไม่อยากไป ไม่อยารับรู้ว่ามันคือเรื่องจริง อยากจะแค่คิดว่า สาอยู่ที่สุพรรณ แล้วเราไม่ได้เจอ ไม่ได้คุยกันแค่นั้นเอง
สาทำให้ป๋อมเข้าใจคำว่ารักที่ไม่มีข้อแม้ สาเป็นคนดี ตอนที่เราสนิทกัน สาดูแลป๋อมเป็นอย่างดี แบบที่คนคนนึงจะดูแลกันได้ เราเข้าใจในคำว่าปรารถนาดี แม้เราจะไม่ได้ใกล้ชิดกันตลอดเวลา แต่สาก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีของป๋อมเสมอ นานๆเราจะคุยกันที แต่มันก็เหมือนว่าเราไม่เคยห่างกันไปไหน
ป๋อมอยากให้สาหลับให้สบาย เราทุกคนที่อยู่จะดูแลตัวเองให้ดี แล้วก็หวังว่าวันนึงที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เราคงจะได้เจอกันอีก คงได้เป็นเพื่อนกันอีก
ป๋อมหวังว่าสาคงจะรู้ว่าพวกเราคิดถึงสาขนาดไหน ไม่ว่าสาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ขอให้สารู้ว่าป๋อมคงไม่มีวันลืมสาได้ และก็ยังหวังให้สาโชคดี ได้อยู่ในที่ทีดี และก็โชคดีตลอดไป
รักเพื่อนเสมอ
ป๋อม ??
Posted on September 2nd, 2008 by pattypom
Filed under: Uncategorized | No Comments »
เมื่อวานตอนบ่ายไปเอสพลานาดมา เป็นครั้งแรกที่ได้เดินจริงๆ จังๆ ก็เป็นที่น่าสนใจดีเหมือนกันนะ ข้างล่างชั้นได้ดินมีน้ำไหลรอบๆ สวยดี เหมือนลี่เจียงเลย ทำให้ร้านอาหารดูน่ากินมากขึ้นไปอีก แล้วก็มีศูนย์ท่องเที่ยวเกาหลีด้วย มีชุดให้ใส่ถ่ายรูป ไหนเราไปก็กันแล้ว เรากับผึ้งก็ใส่ ถ่ายเลย สมมุติว่าเราไปเที่ยวเกาหลีมา ก็ตลกดี ได้รูปมาอวดด้วย เป็นห้างที่น่าสนใจนะ มีอะไรให้ดูเยอะดี รู้สึกว่าแตกต่างจากห้างทัวๆไป ที่มี ฟอร์แมตเดียวกันหมดเลย หลับตาเดินได้ อีกที่ที่ชอบ ฟิวเจอร์รังสิต ที่นั่นของดูเพียบกว่านี้อีก
แต่กลับมาที่หอกำลังมีความสุขอยู่ดีๆ งานเข้า โดนบ่นอีกแล้วเรื่องไม่ส่งงานให้ปรู๊ฟ คราวนี้บ่นแรง เหมือนว่าไม่ให้ความร่วมมือ มันถึงขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมมันขนาดนั้น ทำไมไม่ดูที่เจตนา ทำเอาปวดหัว เครียดไปเลย กลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ รู้ว่ามันไม่ดี เรื่องงานส่วนเรื่องงาน แต่ว่ามันก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้
ต่อเนื่องมาวันนี้ ยังคง หงุดหงิดกับเรื่องบางเรื่องอยู่ แต่ว่า ตอนนี้ ok แล้ว ช่างมัน ปล่อยวางซะบ้าง กูไม่ใช่ super hero เข้าใจมั้ย
อยากนอนอ่านหนังสือนิ่งๆซักพัก ปวดหัว ตอนนี้ตาเริ่มลายแล้ว ควรจะออกห่างจากจอคอมฯซะหน่อย ไปล่ะนะ
ปล. อยู่ๆแม่ก็อยากให้กลับไปทำงานแถวบ้าน ให้ลองไปสมัครดู ก็ดีเหมือนกัน เคยรู้สึกว่า ทำไมต้องมาเหงาอยู่ที่นี่คนเดียวแบบนี้ ห้องมันเงียบจังเลย
?
Posted on August 7th, 2008 by pattypom
Filed under: Uncategorized | No Comments »