Nothingness
inanza

ธรรมดา

August 24th, 2008 by inanza

[เขียนเมื่อ Aug 21, 2008]

สุขและทุกข์คือธรรมดาโลก
ขอให้พบพาน และผ่านพ้นด้วยดี

.

.

นั่งรถกะป๊อกลับจากบ้านพี่แอนเจ๊โบว์ตอน 9 โมงเช้า
นึกถึงพี่คนนึงที่เกิดวันนี้ (Aug 21, 2008)

นึกหาประโยคดีๆ อวยพรให้
ได้อันข้างบนนั่นมา

เออ ดี เก็บไว้บอกตัวเองบ้าง

Posted in nanself | No Comments »

ไกลออกไป

July 26th, 2008 by inanza

น้ำตาช่วยอะไร
เคยเถียงกับเพลงเพลงหนึ่ง
ว่าน้ำตาเยียวยาได้ อย่างน้อยก็ความรู้สึกของคนกำลังเสียใจ

แต่การร้องไห้ของแนนตอนนี้ไม่ช่วยอะไร
เมื่อทุกอย่างกำลังไกลออกไป
ไกลออกไป ทุกที ทุกที

เคยคิดว่าไม่จำเป็นต้องมองอนาคต
ไม่ต้องวางแผนชีวิต
เคยคิดว่าทุกอย่างจะดำเนินไปเรื่อยๆ เป็นแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้
ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องปรับตัวอย่างไร หากเกิดการเปลี่ยนแปลง

แต่ชีวิตใครก็ของคนนั้น
ไม่มีใครอยู่กับใครไปได้ตลอดในความสัมพันธ์แบบเพื่อนหรือพี่น้อง
ช่วยไม่ได้ถ้าจะมีคนจากไป แล้วส่งผลให้อีกคนเสียใจ
เพราะคนที่ยังอยู่ ต้องปรับตัวให้ได้ ไม่ใช่มัวร้องไห้ฟูมฟายเสียสติ

ไม่ใช่ความผิดของใคร

อยากหยุดร้องไห้

กลัวการอยู่คนเดียว

กลัวความตาย

เกลียดการจากลา

ซึ่งล้วนเป็นสิ่งธรรมดาที่สิ่งมีชีวิตบนโลกต้องเผชิญ

อาการและความรู้สึกแบบนี้จะทำให้เรายิ่งมีชีวิตอยู่อยากขึ้นใช่ไหม
รู้ว่าวันหนึ่งเราจะอยู่ได้
รู้ว่าหากปล่อยให้มันผ่านไประยะหนึ่ง เราจะค่อยๆ ลืม
ความผูกพันในอดีตจะค่อยๆ จางไปจากเรา
รู้ รู้ รู้

แล้วทำไมยังเสียใจอยู่

ไม่อยากให้ทุกอย่างกลายเป็นอดีตจางๆ
ไม่อยากเป็นคนที่ไม่มีความสำคัญอีกต่อไป
ไม่อยากเป็นแค่ คน เคย คุ้น

น่าเกลียดเนอะ
ทำตัวแบบนี้น่าเกลียด

แต่ ณ เวลานี้
มันช่วยไม่ได้จริงๆ

ใครก็ได้จับมือแนนหน่อย
ใครก็ได้กอดแนนที
ใครก็ได้มานั่งเป็นเพื่อนแนนซักสองสามนาที
ใครก็ได้

อยู่ปลอบใจแนนก่อนแล้วค่อยไป

เถอะนะ

Posted in YIY, nanself | 2 Comments »

บ้าน

July 22nd, 2008 by inanza

เมื่อวาน ขากลับจากทริปเยี่ยมโครงการน้องยิ้ม4
3 วัน เหยียบ 4 จังหวัด
เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ น่าน (ถ้ามีอารมณ์คงได้มาเล่าเป็นเรื่องเป็นราว ยาวๆ)

ระหว่างทางก่อนถึงกรุงเทพฯ
จินตนาการถึงที่นอนธรรมดาๆ ในบ้านหลังเล็ก
นึกถึงคนที่บ้าน แล้วรู้สึกยินดี

รู้สึกว่ามีจุดหมายปลายทาง มีอะไรรออยู่
และสิ่งที่ไม่ได้รู้สึกมานาน
คืออยากกลับบ้าน

ช่วงเวลานี้ของแนน นับว่าเป็นเรื่องดี
แต่ต่อไปอาจกลายเป็นแย่
เพราะเรากำลังผูกพันกับสถานที่และบุคคลหนึ่งมากเกินไป

พอถึงเวลาที่อะไรต่อมิอะไรจะเปลี่ยน
คนที่แย่คือเราเอง

อ่าว
ทำไมตอนสรุปมันเศร้าวะ
ตั้งใจจะบอกว่า
วันนี้แนนมีความสุขและรู้สึกดีที่มีบ้านกับครอบครัววายไอวาย

อีกเรื่องต่อเนื่องกัน
เมื่อเช้าพี่มะเดี่ยวมาบอก
พี่ว่าจะไม่ย้ายออกไปอยู่หอแล้วนะ
(ดีใจ แต่ไม่แสดงออก ทำหน้านิ่งมาก)
แต่ว่าพี่จะย้ายกลับไปอยู่บ้านแทน
(เสียใจ หน้าที่นิ่งอยู่แล้วนิ่งกว่าเดิม)

อื้อ
เมื่อไหร่เหรอคะ
น่าจะเป็นช่วงสิ้นเดือนนี้แหละ

อ่าฮะ…
ดีๆ

-จบบทสนทนา-

อารมณ์แนนกลับมาเหี่ยวดังเดิม

-เริ่มใหม่ตอนบ่ายๆ-
พี่เดี่ยวไม่อยู่แนนก็เหงาแย่ดิ
หู้ย.. ไม่เหงาหรอก ทำยังกับว่าตอนอยู่ด้วยกันจะคุยกันเยอะงั้นแหละ
(แทงใจดำ)
เออเนอะ

จริง
ระหว่างวันแทบไม่คุยกันเลย
ตอนกลางคืนยิ่งแล้วใหญ่
จะว่าไปก็เหมือนต่างคนต่างอยู่

พี่เดี่ยวก็ทำงานอดิเรกไป เลี้ยงปลา ทำตู้ปลา ปลูกต้นไม้ ไปจตุจักร นอนดูหนัง
พี่เดี่ยวกินเหล้ากินเบียร์อยู่หน้าบ้านแนนก็ไม่ค่อยได้ไปนั่งด้วย

แนนก็เล่นเน็ต ดูหนังแผ่น ดูซีรีย์ นั่งหน้าคอมซะมาก
ออกไปกับเพื่อนที่ฟอนต์ ดูหนัง ซื้อหนังสือ อ่านหนังสือ อ่านการ์ตูน นอน

แล้วพอจะต้องอยู่คนเดียวในบ้านขึ้นมา
ทำไมแนนต้องเศร้าด้วยวะ
(เอาแล้วไง พิมพ์ถึงตรงนี้แล้วแม่งยิ่งเศร้า)

กูเป็นอะไรเนี่ย

ช่างมัน
คิดมาถึงตรงนี้แล้วไม่อยากคิดต่อ

มีอย่างนึง (ที่จริงคงหลายอย่าง) ที่พี่เดี่ยวเคยสงสัย
ไม่รู้ลืมไปหรือยัง

น้องแนนร้องไห้ทำไม

เออ
ถ้าว่ากันตรงๆ
อันนี้แหละที่เป็นสาเหตุให้แนนน้ำตาไหลอยู่เรื่อยตอนคุยกับพี่เดี่ยว
อันที่พี่เดี่ยวจะไม่อยู่บ้าน
กับที่เรื่องของพี่เดี่ยวกับเรื่องของแนน เป็นคนละเรื่องกัน

น้องแนนโกรธอะไรพี่เดี่ยวนักหนา
เรื่องเล็กๆ แนนก็เคืองได้นานเป็นวันๆ –จนถึงหลายวัน

น้อยใจมั้ง
สะสมไว้เรื่อยๆ
อะไรที่คนอยู่ด้วยกันน่าจะได้รับรู้
แนนไม่เคยพยายามเอาตัวเองเข้าไปรู้ ทำเป็นไม่ได้อยากรู้
พี่เดี่ยวก็ไม่ได้คิดเยอะ ไม่คิดมาก มีคนให้คุยด้วย (และคุยรู้เรื่องกว่าแนน) ตั้งหลายคน
เพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่เกี่ยวกับแนน ก็ไม่ได้เอามาเล่าให้ฟัง

แนนกำลังไม่ยอมรับตัวเองที่เป็นที่ปรึกษาให้ใครไม่ได้
และไม่ได้สำคัญกับชีวิตของใคร อย่างที่อยากให้เป็น
แต่ทั้งหมดทั้งปวง มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย
แนนก็ขอบคุณ

มันพูดยากนะ
เรื่องเล็กของใครต่อใคร มักเป็นเรื่องใหญ่ของแนน
สงสัยต้องตายแบบโดดเดี่ยว (ประโยคนี้ไม่ค่อยเกี่ยว แต่ดันนึกขึ้นได้เลยพิมพ์ลงไป)

บันทึกไว้แค่นี้พอ
ยังคิดไม่เสร็จแต่ไม่คิดต่อ
จบแบบไม่จบนี่แหละดี –อย่างน้อยก็ดีสำหรับเวลานี้ ดีกับแนนในตอนนี้

——

เอ้อ
อะไรวะ
ก็แค่จะกลับไปอยู่บ้านตัวเอง
ไม่ได้หายไปไหนซักหน่อย ทำมาโวยวายอะไรเยอะแยะ

(แนนเถียงกับตัวเองอีกแล้ว -*-)

Posted in nanself | 1 Comment »

งาน เงิน ความหวัง อนาคต

July 22nd, 2008 by inanza

เอาละนะ

แนนทำงานเป็นกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “เอ็นจีโอ” ค่ะ
ชื่อกลุ่ม วายไอวาย
ประเด็นที่ทำเป็นเรื่องเยาวชน วัยรุ่น เด็กม.ปลาย น้องในมหาวิทยาลัย
กระตุ้นโน่นนี่ ให้เด็กแก๊งเหล่านี้หันมาลองทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสังคมรอบตัว

เอ็นจีโอ - NGO = Non Government Organization
แปลตรงตัวคือ องค์กรที่ไม่ใช่รัฐบาล
ขยายความอีกหน่อยคือ เป็นเอกชนที่ไม่หวังผลกำไรเยอะๆ
เป็นพวกอยากทำอะไรให้บ้านเรา สังคมรอบตัวเรามันน่ามองขึ้นอีกหน่อย
(อธิบายมากไปเดี๋ยวงง เอาแค่นี้ก่อนละกันเนาะ)

ถ้าไม่นับอารมณ์ขุ่นมัวตอนนี้ (อารมณ์กำลังแปรปรวน)
แนนมีความสุขและสบายใจกับงานของตัวเองมากๆ

เงินเดือนไม่เยอะหรอกนะ
ถ้าเทียบกับเพื่อนคนอื่นที่เรียนจบมาเกือบ 2 ปี
อัตราก้าวหน้าไม่ต้องพูดถึง
โบนัสก็มีบ้างไม่มีบ้าง (ส่วนใหญ่เป็นอย่างหลัง)
วันหยุดก็ไม่แน่นอน (แต่อยากหยุดเมื่อไหร่ก็หยุดไป ถ้าจัดการตัวเองได้)

แต่ความสุขอยู่ที่
ความเป็นครอบครัว เป็นพี่เป็นน้อง
ทำงานเมื่อไหร่ก็ได้
เป็นเจ้านายตัวเอง (มีกรอบการทำงาน วางแผนเอง และทำให้ตรงเส้นตาย)
เวลาเจอน้อง หรือคนรุ่นเดียวกันที่กำลังพยายามทำกิจกรรมสนุกสนานเพื่อโลก
มันรู้สึกสดชื่น…

พลังในการทำงานแต่ละวันมาจากเรื่องใหม่ๆ ที่ได้เจอ
จากโครงการเพื่อสังคม (ไม่อยากใช้คำนี้เลยแฮะ แต่เลี่ยงไม่ได้) ของน้องๆ วัยรุ่นในชุมชนที่จู่ๆ ก็อยากทำอะไรให้หมู่บ้านตัวเอง
คนเจ๋งๆ ที่ได้คุยด้วย หรือแม้กระทั่งแค่ได้ฟังจากปากคนอื่น

แต่ข้อเสียของแนนคือ
ใจแคบ บางทีไม่ค่อยเปิดใจรับเรื่องใหม่
พลังทั้งหลายที่จะได้ ก็เลยมาไม่ค่อยเต็มที่
แนนชอบเอาความเก่งของคนอื่นมากดทับตัวเอง
ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า เราทำอะไรไม่ค่อยได้
แค่ทำงานก๊อกๆ แก๊กๆ ไปวันๆ

อีกอย่าง
งานแบบนี้ทำแค่ไม่กี่ปีมันไม่เห็นผล
เพราะฉะนั้นจึงรู้สึกท้ออยู่บ่อยๆ
ว่าที่พยายามอยู่ ได้ผลจริงหรือเปล่า
สิ่งที่เรากำลังทำ ดีจริงเหรอ…
คำถามพวกนี้ ถ้าหาคำตอบที่แท้จริงไม่เจอก็จะบั่นทอนความรู้สึกกันไป

สำหรับเรื่องความมั่นคง
เรื่ององค์กรหรือรายได้ไม่ต้องพูดถึง (ที่จริงมันต้องพูดใช่มั้ย)
งานแบบนี้ ความมั่นคงหลักๆ อยู่ที่ใจเรา
ถ้ารักจะอยู่ด้วยกันจริง
ทำแล้วมีความสุขจริง ก็ทำไป

แต่ถ้าทำแล้วยังไม่ใช่ ก็ลองมองหาสิ่งใหม่
ทั้งนี้ทั้งนั้น
ใครใช่หรือไม่ใช่
ออกจากวายไวายไปแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกันนะ

เรื่องเปลี่ยนงาน
อยากลาออกตั้งหลายหน!!
(ไหนบอกทำแล้วสบายใจ -*-)
คือ ไอ้คำถามและความรู้สึกที่ว่าเราทำอะไรไม่ได้ และทำไปแล้วไม่ค่อยเห็นผลนั่นแหละ
มาบั่นทอนเป็นพักๆ

แต่คิดตลบไปตลบมา
ออกไปแล้วใครจะรับกูทำงานวะ
ที่อื่นเค้าคงไม่รับหรอกคนก๊งๆ ทำอะไรไม่ค่อยได้พรรค์นี้ :30:
ก็เลยไม่ออก

อีกอย่าง
อยากทำให้ถึงที่สุดของชีวิตก่อน
อยากรู้ว่าวันสุดท้ายขององค์กรจะมีอยู่จริงมั้ย
อยากรู้ว่าท้ายที่สุด ถ้าเราฝ่าฟันมันจนสุดชีวิตแล้วจะเป็นยังไง

ป.ล.
ไอ้ วายไอวาย เนี่ย
ยังไม่เป็นตัวเป็นตนทางกฎหมายเลยนะคะ
เป็นกลุ่มคนที่รวมตัวกันเฉยๆ
อยากทำอะไร เชื่อในสิ่งไหนก็เขียนโครงการของบจากที่อื่น

ยังไม่เป็นมูลนิธิ
ไม่เป็นคณะบุคคล
ไม่เป็นบริษัท ฯลฯ

แต่นั่นแหละ
วันนึงเราจะมีตัวตน :)

—–

ถ้าใครอ่านไม่รู้เรื่อง ต้องขออภัยอย่างสูง :46:
แนนคิดอะไรกระโดดไปกระโดดมามากเลยวันนี้
(ที่จริงก็เป็นแบบนี้มาตลอด -*-)

02 เมษายน 2551, 22:20:43 — ตามอ่านของจริงได้ที่ฟ๐นต์จ้ะ

ขยายความ

เพื่อนพี่น้องที่ฟ๐นต์ฟอรั่มคุยกันเรื่องชีวิต
ในหัวข้อ งาน เงิน ความหวัง อนาคต

แนนเลยเอากะเค้าหน่อย
พิมพ์ไว้เมื่อหลายเดือนผ่านมา
กะว่าจะเรียบเรียงใหม่ให้เข้าใจง่ายๆ และใส่ความคิดความรู้สึกที่เป็นปัจจุบันทันด่วนลงไปด้วย
แต่ไม่เอาละขี้เกียจรอ
ดองไว้เป็นเดือนๆ ไม่มีอารมณ์ทำใหม่สักที
แปะอันนี้ไว้เป็นประวัติศาสตร์ชาติไอ้แนนซ่าก่อน
มีอารมณ์เมื่อไหร่ค่อยมาเรียบเรียงตัวเอง

นี่ไม่ได้กำลังสัญญิงสัญญาอะไรนะเว้ย
บอกเผื่อไว้
อาจจะไม่คิดแล้วก็ได้
… ปกติก็ไม่ได้เป็นคนมีความคิดอะไรอย่างคนอื่นเค้าหรอก

Posted in YIY, nanself | 1 Comment »

เพลงรักประกอบชีวิต

June 25th, 2008 by inanza

the soundtracks of my love: เพลงรักประกอบชีวิต
เขียนโดย นิ้วกลม
(ตามหาหนังสือเล่มนี้นานมากกกกก - ของดีต้องมีซีดีเพลงประกอบหนังสือ)

เหมือนค้นเจอไดอารี่เพื่อนแล้วหยิบติดมือมา
เขียนแบบ เล่าไปเรื่อยๆ สำนวนบางตอนแนนอ่านแล้วรู้สึกเยิ่นเย้อไปหน่อย
แต่นี่อาจจะเป็นจุดเด่นของคุณนิ้วกลมเค้าละมั้ง

เรื่องราวความรักตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันของคุณนิ้วกลม
แนนว่าไม่ได้หวือหวาน่าตื่นเต้นมากมายจนหัวใจจะวาย
แต่ทำให้คนอ่านประทับใจได้เรื่อยๆ
ทั้งที่ผิดหวังและสมหวัง
บางท่อนอาจจะไปโดนใจใครเข้า… โดยเฉพาะตอนใกล้เจ็บปวด
แถมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เรื่องวิวัฒนาการของวิธีการสื่อสารระหว่างคนจีบกันด้วย

อ่านจบแล้วก็… เออ จบ (ก็ใช่สิ!) / อยากไปหาบางเพลงมาลองฟัง
ยิ้ม ยินดีกับความรักที่เค้ามีอยู่ตอนนี้
(ถ้าเทียบกับตัวเองแล้วจะเศร้า)

ถ้าเจออยากจะบอกคุณนิ้วกลมสักที
“ดีใจด้วยนะ (เน๋เน๋, น้วนน้วน)”

Posted in be Read | No Comments »

พลาด

June 15th, 2008 by inanza

ความลับ
เรื่องที่เราไม่อยากให้ใครรู้
โดยเฉพาะ “ใคร” คนที่เป็นตัวละครหลักในเรื่อง

ถ้าวันนึงเราประมวลได้ว่า
“ใคร” คนนั้นคงจะรู้แล้ว
ถึงจะไม่ทั้งหมด
แต่ก็พอเข้าใจเรื่องที่เป็นความลับนั้นได้

เราควรทำยังไง

ทำตัวตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อธิบายว่าที่เค้าเข้าใจ ความจริงคืออะไร
ไม่ต้องสนใจเพราะที่จริงก็ไม่แน่ว่าเค้าจะรู้หรือไม่รู้
หายไปจากชีวิตเค้าเลย

ไม่มีคำตอบ
ที่ทำอยู่ตอนนี้คือเสียใจ

แต่ไม่ได้ฟูมฟาย

แค่อารมณ์หม่นๆ ชั่วระยะหนึ่ง
พรุ่งนี้อาจจะหาย
ถ้าพรุ่งนี้ไม่หาย ก็คงเป็นวันมะรืนนี้
ถ้ามะรืนนี้ไม่หาย คงเป็นวันถัดไป
อาทิตย์ถัดไป
เดือนถัดไป

ไม่นานนักหรอก
เรื่องไร้สาระแค่นี้เดี๋ยวก็หายไปจากความทรงจำ
แนนลืมง่ายจะตาย

Posted in อารมณ์รัก | 1 Comment »

ขอขอบคุณ ด้วยความเสียใจ

June 3rd, 2008 by inanza

อะไรกว้าง อะไรแคบ
ใครกันที่ไม่ยอมรับสิ่งที่ตนเป็น

ถูก ผิด ดี เลว ผ่าน ไม่ผ่าน
ใครกำหนด
อยู่ดีๆ การตัดสินเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้นมาเองลอยๆ
ทุกอย่างมีเกณฑ์
เมื่อเรากำหนดเกณฑ์ไว้ นั่นหมายถึง เราอยากให้เกิดมาตรฐานบางอย่างในการที่ต้องตัดสินสิ่งๆ หนึ่งหรือหลายสิ่งก็ตาม

ดังนั้นผลคือมีกลุ่มผ่านเกณฑ์
และกลุ่มไม่ผ่านเกณฑ์
แต่ไม่ได้หมายความว่าเราอยากจะลบกลุ่มไม่ผ่านเกณฑ์ แล้วย่ำให้จมลงไปพร้อมการตัดสินของเรา
เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่อยู่ในความควบคุมของมนุษย์ พัฒนาได้เสมอ
ไม่ว่าใครจะเริ่มต้นอย่างไร การเรียนรู้จะทำให้คนคนนั้นก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง
นั่นแหละนะ มันอาจเป็นแค่ความเชื่อหลักลอย ช่วยไม่ได้ที่เรามีความเชื่อผิดๆ มาเสียตั้งนาน

สิ่งที่เราทำอยู่
ไม่เคยสักครั้งที่ทุกคนจะออกมาป่าวประกาศว่า เราดีที่สุด ไม่มีใครเหนือเรา
ทุกอย่างที่สั่งสม ล้วนมาจากประสบการณ์
สิ่งที่เรามี นอกจากการแสวงหา ยังได้มาด้วยคุณูปการจากกลุ่มคน “ขั้นเทพ” มากมาย
เราขอบคุณผู้คนดีๆ เหล่านั้นจนกระทั่งวินาทีนี้

คำถามก็คือ
การที่คุณตัดสินเราแบบนั้น มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ

สิ่งที่เราทำ
ขอโทษด้วยที่ทำให้คุณเสียเวลา
แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เราได้รู้ว่า บางครั้ง ความรู้ก็สำคัญกว่าจินตนาการ

การจะลงมือทำการใหญ่
ใครบ้างที่คิดและทำได้ในชั่วไม่กี่คืนโดยไม่มีข้อมูลของสิ่งที่จะทำ
แผนงานบิ๊กเบิ้มร้อยล้านพันล้าน
ล้วนต้องมาจากข้อมูลที่เข้มข้น ฐานความรู้แน่นพอควร
ถ้าได้แต่คิด คาดการณ์ สุ่มเดา
แผนเสร็จได้
แต่อย่าคาดหวังผลสำเร็จ

ขอโทษครั้งที่สอง
ถ้าเราทำตัวให้คุณคิดว่าเราทำเป็นเก่ง และไม่รับฟังโลกภายนอก

ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง
การคาดหวังสูงไปทำให้เกิดความเสียใจตามมาได้เสมอ
หวังว่าคุณคงจะได้เรียนรู้กับข้อนี้
เพราะเราเองก็เช่นกัน…

Posted in YIY | 9 Comments »

Round-round-Birthday!

May 12th, 2008 by inanza

This is my 2nd time to greet on your birthday since we met.

Sorry…
I’ve tried.
but i cannot find better words than these.

Happy birthday!
Wish you happy,
Lucky,
No lonely and be yourself!

from me, same old Nan : )

P.S.
last year

Posted in อารมณ์รัก | No Comments »

บ๋าย บาย วนัสนันท์

May 6th, 2008 by inanza

นับถอยหลังให้ชื่อวนัสนันท์
วันที่ 12 พฤษภาคมนี้ ต้องไปเปลี่ยนชื่อ
เสียใจจัง

วนัสนันท์คนที่1
นี่แนนเป็นเจ้าของตัวเองจริงหรือเปล่า เราเกิดมาโดยพ่อแม่ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นเจ้าของเราคือพ่อแม่งั้นสิ
ไม่ได้กำลังประชด แค่ตั้งคำถามเฉยๆ ดูเหมือนแนนเป็นลูกอกตัญญูมากขึ้นทุกทีเพราะเรื่องทำนองนี้

ความหวังดีที่ใครต่อใครยื่นให้ ถ้ามันทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจเราควรจะจัดการยังไงนะ
- รับไว้และกล่าวขอบคุณ
- บอกปฏิเสธอย่างนุ่มนวล พร้อมเหตุผลที่เหมาะสม
- บ่ายเบี่ยง ไม่สนใจ เดี๋ยวก็ลืมไปเอง

คำตอบของแนนไม่ได้อยู่ใน 3 ตัวเลือกข้างบน
แนนบ่ายเบี่ยงไม่สนใจไม่ได้ เพราะแม่ไม่ลืมง่ายๆ หรอก เรื่องแบบนี้ (ดวงชะตา บุญบารมี ชีวิตที่ดีขึ้น)
แนนปฏิเสธไปแล้ว แต่คงให้เหตุผลที่หักล้างกันไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นการปฏิเสธเป็นโมฆะ
สุดท้าย…
แนนรับไว้ แต่ไม่ได้กล่าวขอบคุณ
เป็นการตอบรับแบบจำยอม

หลังจากเปลี่ยนชื่อแล้ว ถึงจะทำให้ชีวิตแนนดีขึ้นหรือไม่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือแนนไม่มีความสุขกับชื่อใหม่

วนัสนันท์คนที่2
แค่ชื่อจริง เปลี่ยนไปก็ไม่เห็นเป็นอะไร
เพราะไม่ว่าเราชื่ออะไร เราก็ยังเป็นเราอยู่ดี

ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เราชื่อวนัสนันท์
เพราะเราเป็นแค่ก้อนเนื้อ(ใหญ่ๆ)ก้อนหนึ่งที่บังเอิญมีคนเรียกวนัสนันท์
ถ้าวันนึงเค้าจะเปลี่ยน ไม่เรียกเราในชื่อเดิม ก้อนเนื้อก้อนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรต่างไปจากเมื่อวาน
(ลอกมาจากเอห์ ที่บอกว่าเอามาจากพี่แอนอีกที)

เพราะฉะนั้นปัญหาคืออะไร?
- เราไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง
- เราปล่อยให้เรื่องไม่เป็นเรื่องมารบกวนจิตใจ
- หรือไม่ใช่เลยซักอย่าง เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหามาตั้งแต่แรก

แล้วเราจะกังวลไปทำไม?
ทำเพื่อแม่ซักอย่างจะเป็นอะไรไป แม่สบายใจเราก็น่าจะดีใจนะ

วนัสนันท์คนที่3
แม่สบายใจแต่เราไม่มีความสุข แบบนี้ก็เรียกว่าเป็นเรื่องดีและควรจะเป็นใช่ไหม?
เพราะเราต้องทำตัวเป็นลูกที่ดีและกตัญญู ใช่ไหม?

วนัสนันท์คนที่4
ชื่อ ส่งผลกับชะตาชีวิตขนาดนั้นจริงๆ เหรอ
ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีที่ผ่านมา
แม่ดูดวงและพระท่านทักว่า คนในบ้านต้องเปลี่ยนชื่อกันทั้งหมด เพราะชื่อไม่เหมาะกับดวงชะตา
(หรืออะไรทำนองนี้) ทำให้ทุกคนต้องเปลี่ยนชื่อ ยกเว้นแนน
พระท่านบอกว่า แนน ชื่อวนัสนันท์ เหมาะแล้ว

แม่ เตี่ย นัท นิว ทุกคนเปลี่ยนชื่อจริงกันหมด
คำถามของแนนคือ ชีวิตหลังเปลี่ยนชื่อดีขึ้นจริงหรือเปล่า

แม่กับเตี่ย
ก็ยังเหมือนเดิม ทะเลาะ เถียง รายจ่ายเยอะกองสูงกว่ารายได้ไม่รู้กี่เท่า

นัท
เรียนไปตามปกติ สอบเข้าที่ลาดกระบังได้เพราะความสามารถตัวเอง แนนมั่นใจว่าไม่ได้เป็นเพราะการเปลี่ยนชื่อ
และล่าสุด นัทรถคว่ำ เข้าโรงพยาบาล ด้วยความประมาทของใครก็แล้วแต่ในเหตุการณ์นั้น

นิว
จบ ปวช. ด้วยเกรดเฉลี่ยต่ำลงกว่าทุกเทอม นั่นก็เพราะนิวไม่ได้ทุ่มเทกับมันอย่างเต็มที่…
ข้อนี้แนนไม่ได้กล่าวหา เพราะนิวเองก็รู้ตัวและพูดเรื่องนี้กับแนนเอง
จากนั้นไม่ได้อยากอ่านหนังสือเตรียมเอ็นท์ แต่อยากเรียนมหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นผลที่ได้ คือมหาวิทยาลัยเอกชน
แต่นิวก็มีชีวิตอยู่แบบเป็นตัวเองดีนะ
คือ ไม่ได้มีความต้องการมากมายขนาดนั้น ยังไงก็ได้น่ะ

อะไรกันที่ดีขึ้นหลังเปลี่ยนชื่อ
สภาพจิตใจของแม่ละมั้ง (แน่ใจเหรอว่านี่ไม่ได้ประชด ไอ้ห่าแนน -*-)

ยังไงต่อดี…
เหมือนว่าครั้งนี้คนที่ต้องเปลี่ยนชื่อไม่ใช่แนนคนเดียว
คล้ายๆ แม่จะพูดว่า นัทต้องเปลี่ยนวันพฤหัส (หรือวันไหนซักวันหนึ่ง) เพราะพ่อหมอท่านบอกว่าเป็นวันดีสำหรับเค้า
แนนต้องเปลี่ยนวันจันทร์ที่ 12 ด้วยเหตุผลเดียวกัน

ถ้าครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนชื่อ ตลอดปีจะมีแต่เรื่องไม่ดีเข้ามา
เอ้อ… ไม่อยากพูดแบบนี้เลย แต่ไม่เกรงใจละนะ
อย่างกับที่ผ่านมาแนนมีแต่เรื่องดีๆ ในชีวิตงั้นแหละ
ทุกคนก็มีเรื่องดีเรื่องแย่กันได้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด การเปลี่ยนชื่อจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปได้จริงงั้นเหรอ

ถ้าเป็นแบบนั้น เมื่อไหร่ที่เราแย่เราก็เปลี่ยนชื่อซะ ทุกอย่างก็จะคลี่คลายงั้นสิ
(บ้าไปแล้ว)

หยุดไว้แค่นี้แหละ
จะเป็นคนไม่ดีมากเกินไปแล้วแนน

สรุป
วันจันทร์เจอกัน จะไม่มีวนัสนันท์แนนอีกแล้ว
เย่ๆ แย่ๆ

เอ้อ… เมื่อกี้มีปิ๊งแว้บ
เปลี่ยนชื่อก็เปลี่ยนไป แต่แนนจะไม่ใช้ชื่อใหม่ 555+
รอปีหน้า จะไปเปลี่ยนกลับมาเป็นวนัสนันท์เหมือนเดิม 555+

สบายใจขึ้นยังวะเนี่ย -*-

วนัสนันท์คนที่5
เฮ้ย แม่เค้าทำเพื่อแกนะเว้ย
ทุกอย่างที่วุ่นวายอยู่เนี่ย แม่เค้าหวังดีกับแกนะเว้ย

วนัสนันท์คนที่4
โอเค ทุกอย่างคลี่คลาย จบ.

วนัสนันท์คนที่5
เฮ้ย ขำๆ น่า
ซีเรียสอะไรนักหนา

เถียงกันทำไมเนี่ย
-แนน วนัสนันท์-

Posted in nanself | 10 Comments »

เมื่อตูตั้งใจลดน้ำหนัก วันที่7: เส้นชัยเล็กๆ

April 28th, 2008 by inanza

แฮะๆ
จะทำเป็นเนียนลืมก็ละอายใจ
แจ้งผลซะหน่อยละกันเนาะ

อาทิตย์ 27 เมษายน 2551
วันที่ 7 –สุดท้ายของโปรแกรมลดน้ำหนัก

เช้า
ข้าวสวย 1 ทัพพี กับไข่ต้ม 1 ฟอง
โฮ้ย… มันสุดยอดของความอร่อยเลยครับพี่น้อง
ไม่ได้กินข้าวสวยมา 6 วันเต็ม

กลางวัน
เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม
แว้บไปหากินที่เซ็นทรัลลาดพร้าว
จากเกาเหลาลูกชิ้นแนนพยศเป็น สุกี้น้ำ-ไก่-ไม่ใส่วุ้นเส้น
ผักเยอะกว่าเกาเหลาอีกมั้ง
แถมไก่เค้ายังหมักมาอย่างดี นุ้มนุ้ม~

เย็น
สับปะรด 1 ชิ้น
ทำร้ายจิตใจชะมัดเลย -*-
อ่อ แต่แนนก็ดื้อ กินสับปะรดไปครึ่งชิ้น ต่อด้วยแอปเปิ้ลเขียว 1 ลูก

คงจะผอมหรอก -*-

โห่ฮิ้ว~
7 วันแห่งการควบคุมอาหาร ผ่านไปอย่างทุกลักทุเล
ตอนเย็นเดินเข้าบ้านวายไอวาย (ออฟฟิศ–ที่เดียวกัน) มีพี่ๆ น้องๆ แก๊งนึงนั่งคุยงานกันอยู่
ซีน่า (เพื่อนรุ่นน้องที่ไม่ได้เจอกันเกือบเดือน) ทักว่า พี่แนนผอมลง

โฮ้ย… อยากจะกระโดดกอดสักหลายๆ ที
แนนไม่ถามด้วยนะว่าพูดจริงหรือล้อเล่น
หรือที่จริงมีคนจ้างให้พูด
ณ จุดนั้นไม่สนใจอะไรแล้ว 555+
เท่านี้แหละ พอใจสุดๆ ละ

อ่า เกือบลืมเรื่องสำคัญ
น้ำหนักสุทธิตอนนี้
เหมือนว่าจะหนัก 64 กิโลนะ
ต้องใช้ “เหมือนว่า” เพราะตาชั่งมันแปลกๆ
ตอนที่แนนชั่ง เข็มน้ำหนักมันเริ่มที่ 1 ก.ก. แทนที่จะเป็น 0 ก.ก.
และชั่งออกมาได้ 65 เลยอนุมานเอาเองว่าเป็น 64

เอาวะ
สรุป 7 วันลด 2 โล? กร๊ากๆ

จะว่าไปพอน้ำหนักลด
ส่วนต่างๆ ของร่างกายเล็กลงนิดหน่อย (จริงๆ)

แต่พุงไม่ลด ฮือๆ~

อาทิตย์นี้กินได้ตามปกติแล้ว
ฉลองด้วยการซื้อโรลเลอร์โคสเตอร์สีน้ำเงินแสนอร่อย มากินพรุ่งนี้เช้า 555+
ต้องกินตอนเช้านะ เผลอเหลือไปกินเย็นๆ มืดๆ จะแย่

หลังจากนี้หมายมั่นปั้นมือว่าจะไม่กินน้ำอัดลม
(ทำตามพี่แอน พอใช้วิธีนี้ลุงแกซูบลงไปเยอะเหมือนกัน *-*)

และจะไปออกกำลังกาย ซักอาทิตย์ละ 2 ครั้ง
(ไหวมั้ยไม่รู้ ตั้งเป้าไว้ก่อน มี พี่อุ๊ เป็นแกนนำ พี่เป๊ะเป็นหน่วยสนับสนุนอุปกรณ์)

และจะซิตอัปลดพุง (ยากสุดแล้วเนี่ย อี๋~)

โอ๊ยเยอะ
พิมพ์เสร็จแล้วเพิ่งจะรู้สึก -*-

ป.ล.
ในอนาคตถ้าต้องกลับมาใช้สูตรลดน้ำหนักอีก
จะเลือกใช้สูตร 3 วันของเจ๊โบว์ 555+

ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ ผลักดัน แบ่งปันกำลังใจ แถมให้คำแนะนำด้วย
ถามอ่านแบบมีบทสนทนาโต้ตอบได้ที่ฟ๐นต์ำฟอรั่มจ้ะ

Posted in nanself | 2 Comments »

« Previous Entries Next Entries »