Nothingness
inanza

Chat battle #2

June 29th, 2009 by inanza

ตัวโต VS ตัวเตี้ย
ทุ่มครึ่ง / ยี่สิบแปด มิถุนา สองห้าห้าสอง
ณ โรงแรมธนาคารแม่น้ำ กลางเมืองประวัติศาสตร์

หลังจากล่องเรือกินข้าวเย็น
ตัวโต ตัวเตี้ย และเดอะแก๊งร่วมสัมมนาเดินกลับเข้าโรงแรม

ตัวโต: เราใส่กางเกงเลทำไมปล่อยหางกางเกงไว้แบบนี้ล่ะ
ตัวเตี้ย: อ้าว แล้วต้องทำยังไงเหรอคะ
ตัวโต: ทำไมไม่ผูกซีดี!
ตัวเตี้ย: (เอาหางกางเกงเลฟาดแขนตัวโต) ใจร้าย (T___T)
ตัวโต: แน้ะ… ยังจะมาฟาดงวงฟาดงาอีกดูซิ
ตัวเตี้ย: ใจร้าย (T___T) (T___T)

ตัวโต: (ชนะ!)

คะแนนรอบนี้
ตัวโตชนะ 1:0

Posted in ตัวโต ตัวเตี้ย | No Comments »

Time and distance

June 9th, 2009 by inanza

With time and distance,
we were able to grow to see thing differently,
and our love become more mature.
The element of attachment had lessoned, allowing compassion and loving kindness to flower.
Separation did not destroy our love. It strengthened it.
-Thich Nhat Hanh-

[แปล]
ระยะทางและเวลาช่วยให้เราสามารถเติบโต
มองอะไรต่างๆ ด้วยสายตาใหม่ๆ
และความรักของเราก็มีวุฒิภาวะมากขึ้น
ธาตุความผูกพันน้อยลงไป เปิดโอกาสให้ความรักความเมตตาได้เบ่งบาน
การพรากจากไม่ได้ทำลายความรักของเรา
หากแต่ยิ่งทำให้ความรักนั้นมั่นคงขึ้น
-ติช นัท ฮันท์-

# # #

อ่านอย่างตั้งใจ เข้าใจ ซาบซึ้ง
เมื่อ 27 พฤษภา 52

ไม่ได้กำลังมีความรักที่สมหวัง
แต่เชื่อมั่นว่าหัวใจกำลังเรียนรู้-เติบโต
อย่างน้อยก็ในตอนนี้

Thanks to:
SEM calendar notebook 2009; Art of loving edition

Posted in Quote of the day, be Read, อารมณ์รัก | 1 Comment »

Roommate

June 5th, 2009 by inanza

.

ผมเชื่อว่ามนุษย์เกิดมาเพื่ออยู่คนเดียว
แต่ถ้าเลือกที่จะมีความรัก ก็เท่ากับพร้อมที่จะยอมรับความเจ็บปวด
-โน๊ต-

ประโยคนี้ของโน๊ตเป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้เราอยากดูหนัง

ไม่รู้เหตุผลอะไรที่ทำให้โน๊ตเชื่อแบบนั้น
และไม่รู้ทำไมโน๊ตถึงได้มองความรักโดยข้ามความรู้สึกเป็นสุขหรืออบอุ่นในหัวใจ
กระโดดไปยังจุดจบที่เรียกว่าความเจ็บปวด

นั่นคงจะเป็นความจริง (ที่โน๊ตรับรู้มา?)
เพราะสุดท้าย ไม่ว่าคนสองคนจะได้รักกันหรือไม่ ต่างก็ต้องจากกัน

เมื่อวันนั้นมาถึง
แม้เราจะบอกว่ามีความทรงจำดีๆ เกิดขึ้นระหว่างทางมากมาย
แต่สิ่งที่เราต้องยอมรับให้ได้เป็นอันดับแรก
คือความเจ็บปวด

.

ช่วงท้ายของตัวอย่างหนัง
โน๊ตคุยกับป๊อบ

จำได้ไหมที่โน้ตเคยบอกว่ามนุษย์เกิดมาเพื่ออยู่คนเดียว
เราว่าตอนนี้ เราพร้อมที่จะเจอความเจ็บปวดแล้วว่ะ
-โน๊ต-

เอาเถอะโน๊ต
ไม่ว่าแกจะพร้อมเจอมันหรือไม่
แต่เราทุกคนมีความรักได้

เราเองก็มี

ทั้งที่ยังไม่พร้อมจะเจอความเจ็บปวดบ้าๆ นี่สักนิด

Roommate

เจอกันในโรงหนังซักที่ในสยามประเทศ!

Posted in Quote of the day, be Seen | 1 Comment »

it should be

June 3rd, 2009 by inanza

ถ้าการเดินจากมาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
ความทรมานเป็นเรื่องสมควรแล้ว

เราคิดว่างั้น

.

.

- กตนพจ = กระต่ายในพระจันทร์ = rabbit moon -

Posted in อารมณ์รัก | 1 Comment »

คนที่เดินผ่าน

May 16th, 2009 by inanza

5 พฤษภาคม 2552
บ่ายโมงกว่า

อากาศร้อนได้ที่
เรากับพี่เก๋คุยงานเสร็จ เดินออกจากซอยอารี
หาซื้อขนมจุกจิก เตรียมตัวกลับออฟฟิศไปประชุมอีกนัด

พี่เก๋เดินนำไปจนใกล้ถึงป้ายรถเมล์
ช่วงเที่ยงๆ บ่ายๆ ในวันธรรมดาแบบนี้
ริมถนนแถวซอยอารียังมีคนเดินไปมาไม่ขาด

เราเดินช้าๆ งงๆ สติเหลือน้อยเต็มที
ทั้งที่เพิ่งผ่านมาครึ่งวัน

พลันสายตาสะดุดที่ผู้ชายคนหนึ่ง
หน้าตาเข้ม คม น่ารักใช้ได้
อายุน่าจะไล่เลี่ยกับเรา –ยี่สิบต้นๆ

เขายืนอยู่ที่ตีนสะพานรถไฟฟ้า
สายตากระวนกระวาย เหมือนคอยใครอยู่

คงจะเหมือนกับคนอื่นที่เดินผ่านมา
–แล้วก็ผ่านไป ไม่ได้เจอกันอีก
เรากำลังจะเดินผ่านเขาไปเช่นกัน…


คนที่เดินผ่าน

เธอคือคนๆ นั้นที่เคยเดินผ่าน
เมื่อวันวานฉันยังจำได้ ยังไม่จาง จากหัวใจ

เธอคือคนๆ นี้ที่ฉันเฝ้าดู
และอยากรู้ว่าเธออยู่แห่งไหน จะไปหาเธอ

พยายามตั้งใจ อยากบอกให้เธอได้รู้ ว่าเฝ้าดูอยู่นานแล้ว
โอ้… เธอ ที่ทำให้ฉัน ต้องทนอ่อนไหว
อยากจะรู้… ว่าถ้ามีสักวันที่เราจะได้พบ จะเข้าไปทักเธอ
จะยอมพูดคุยหรือไม่ อยากบอกความจริงของใจ
ของคนๆ นี้ (ว่าฉันนั้นแอบรักเธอ)

แต่แล้วก็ต้องสะดุด
ร่างกายเราหยุดเคลื่อนไหวชั่วครู่
เมื่อหนุ่มคนนั้นหันมาสบตา

กระดาษบางๆ สีชมพู ถูกยื่นมาตรงหน้า

ที่แท้เค้าก็มายืนแจกใบปลิวนี่เอง

“พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์” ? ? ?
สามคำ เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ปรากฏบนกระดาษแผ่นนั้น

ไม่สิ มันไม่ใช่กระดาษ

มันคือซองจดหมาย!

ไม่ทันได้เอ่ยอะไร
หนุ่มคนนั้นเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ปะปนกับผู้คนริมถนน
ไม่กี่วินาทีก็ลับหายไปจากสายตาเรา

ประหนึ่งกำลังเล่นมิวสิกวีดีโอที่ฝ่ายหญิงถูกบอกเลิก
มองตามฝ่ายชายตาละห้อยด้วยความเศร้าสร้อย
ฝ่ายชายก็ไม่แยแส กลัวตัวเองจะใจอ่อนต้องรีบร้อนเดินฝ่าฝูงชนออกไป

ดีนะที่ ณ จุดนั้นฝนไม่ตก!

หันกลับมามองมือตัวเอง
- ซองสีชมพูแบบที่ใช้ใส่เงินทำบุญงานบวช
- พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้
จดหมายลูกโซ่!
เราคือผู้ถูกเลือก!

ทำไมล่ะ?
เพราะเราหน้าเบลอ ดูเซ่อ งงงวย
เพราะเราแอบมองเค้าแว่บนึง
ฯลฯ

ไม่เชื่อเรื่องแบบนี้
แต่ตกใจ
รู้สึกกลัว สติกระเจิงไปชั่วขณะ
แบบนี้เองคือความหวาดกลัวอย่างที่คนได้รับจดหมายรู้สึกกัน

เป็นช่วงชีวิตที่วุ่นวายและเจอแต่เรื่องประหลาด
ทำของหาย เจอเด็กชายใต้สะพาน แล้วยังจดหมายลูกโซ่อีก

ว่าแต่
ทำอย่างไรกับสิ่งที่อยู่ในมือตอนนี้ดี

  • เปิดอ่าน แต่ไม่ต้องสนใจ ไม่ทำตาม เก็บจดหมายไว้
  • เปิดอ่าน แต่ไม่ต้องสนใจ ไม่ทำตาม ทิ้งจดหมายไป
  • ปิดอ่าน ทำตามไปเถอะ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ไม่ได้งมงายแต่กันไว้ก่อน
  • ไม่เปิดอ่าน เก็บไว้เฉยๆ เป็นที่ระลึก (ระทึก)?
  • ไม่เปิดอ่าน ทิ้งลงถังขยะไป
  • ไม่เปิดอ่าน แอบเอาไปวางไว้หน้าบ้านคนอื่น

.
.
.
.
.
.
.
.

นี่คือคำตอบ

.

.

.

.

เราคือผู้ถูกเลือก

.

.

ข้อความจากผู้หวังดี

.

.

ปล่อยให้สลายไปกับสายลม

# # #

สิ่งที่เรารู้สึกนึกคิดนอกจากกลัว ตกใจ งง
ผู้ชายคนนั้นยืนตรงสะพานนั้นมานานเท่าไหร่
1 นาที 5 นาที 15 นาที ครึ่งชั่วโมง หรือนานกว่านั้น

คนอื่นๆ ที่เดินผ่านไปมาจะผิดสังเกตไหม
จะรู้ไหมว่ามีคนร้อนใจคนนึงยืนรอความหวังอยู่

ที่เราว่าร้อนใจ
เพราะท่าทางเขากระวนกระวาย
ยังพอนึกได้ว่าสายตาตอนยื่นจดหมายมาให้
ทั้งสับสน และเหมือนภาวนาแกมบังคับไม่ให้เราปฏิเสธ

เอาเถอะ
ช่วงเวลานั้นแม้ชีวิตเราจะวุ่นวาย
แม้ในใจเราจะกำลังอ่อนแอ ไร้พลัง
แต่ถ้าในสภาวะที่เราแย่ เรายังพอช่วยคนอื่นได้
ก็นับเป็นสิ่งดี

ถึงคุณลูกโซ่:
หวังว่าตอนนี้คุณคงสบายดี
ไม่รู้ว่าคุณถ่ายสำเนาจดหมายมากี่ฉบับ
และส่งต่อให้คนอื่นได้สำเร็จไปกี่ฉบับ
ไม่รู้ว่าคุณหายกังวลใจแล้วหรือยัง
ถ้าบังเอิญคุณผ่านมาอ่านแถวนี้
ขอให้รู้เถอะว่า อะไรก็เปลี่ยนชีวิตเราไม่ได้
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลจากการกระทำของเรา

เมื่อเราเลือก สิ่งนั้นจึงเกิดขึ้น
ถ้าชีวิตเราจะแย่จากจดหมายลูกโซ่เพียงหนึ่งฉบับ
นั่นก็เพราะเราบอกตัวเอง ให้คิดแย่ รู้สึกแย่

และถ้าชีวิตเราจะดี ก็ไม่ได้เป็นเพราะเราส่งจดหมายลูกโซ่ครบตามกำหนด
เพราะเราเองต่างหากที่ตั้งใจใช้ชีวิต

ขอพลังจงอยู่กับคุณ (+ขอพลังกลับมาอยู่กับเราด้วยก็ดี ฮ่าๆ)

Posted in Life is a-Maze, be All round | 3 Comments »

เด็กชายใต้สะพาน

May 14th, 2009 by inanza

4 พฤษภาคม 2552
เวลาดึก
แฮปปี้แลนด์ บางกะปิ

ซื้อน้ำหนึ่งแก้ว
ขนมปังหนึ่งชิ้น
เดินข้ามสะพานลอย

เด็กน้อยกับกระป๋องเล็กๆ
นั่งรอเสียงกรุ๋งกริ๋งของเศษเหรียญอยู่ที่ตีนสะพาน

คงหิวน้ำ
ชี้มือมาที่เราแล้วพูดว่า
‘พี่ เอาอันนี้’

เราหยุดเดิน
ยืนงงแป๊บนึง
แต่เห็นสายตาใสๆ จ้องมาที่แก้วน้ำ
ก็เลยเข้าใจ

ส่งแก้วน้ำให้
ส่งขนมให้
น้องพนมมือไหว้เรา

เกี่ยวก้อยสัญญาว่าจะทิ้งขยะลงถัง
ไม่มั่นใจว่าเค้าจะทำ
แต่อย่างน้อยเค้าก็ได้รู้ว่าควรทำ

น้องได้กิน
เราอิ่ม

# # #

เรื่องนี้จะธรรมดามาก ถ้าวันนั้นที่เราเจอน้อง
ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นกับชีวิต

ทำของหาย
พยายามติดต่อหาสถานที่ที่จะไปหาของ
ไปหา –ไม่เจอ
เศร้าและเครียด เพราะนั่นคืองานเกือบครึ่งนึงของทั้งหมด
หมกมุ่นคิดแต่สิ่งแย่ๆ ที่น่าจะตามมา

แล้วน้องใต้สะพานก็มาหยุดเราไว้
วางเรื่องตัวกูของกู(หาย)ไว้ก่อน
มองรอบตัวบ้าง
สังคมนี้โลกนี้มีอะไรมากกว่าของที่หายไป
มากกว่าแค่สิ่งที่เหลืออยู่กับเรา
หยุดหมกมุ่นครุ่นคิด
ทำสิ่งอื่นนอกจาก เสียใจ บ้าง

ไม่ว่าด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หรือจะด้วยอะไรก็ตาม
ขอบคุณน้องชายตัวน้อยคนนั้น
ขอบคุณผู้คนในสังคมนกกระจิบ #twitter

ช่วยเตือนสติในวันที่เราวุ่นวายใจอย่างที่สุด

Posted in Learning, Life is a-Maze, be All round | 3 Comments »

Chat battle #1

May 7th, 2009 by inanza

ตัวโต VS ตัวเตี้ย

บ่ายโมงกว่า / หก พฤษภา สองห้าห้าสอง
ที่สำนักงาน NCYD (นามสมมุติ)

ตัวเตี้ยนั่งอยู่ที่เก้าอี้รับแขก
กำลังรอเข้าประชุมงานกับพี่ๆ และเพื่อนในวงการ
ตัวโต (ทำงานอยู่ที่นี่) เดินผ่านมา

ตัวเตี้ย: สวัสดีค่า
ตัวโต: หวัดดีจ้ะ ทานข้าวยังเนี่ย
ตัวเตี้ย: ยังเลย พี่โตเลี้ยงไหมล่ะ
ตัวโต: เอ้า ถามจริง กินข้าวยัง
ตัวเตี้ย: ยังไม่ได้กินข้าวค่ะ…

ตัวโต: (ทำท่าจะไปหาอะไรให้น้องกิน)

ตัวเตี้ย: …กินแต่สปาเก็ตตี้

ตัวโต: พี่ไปทำงานก่อนนะ (-_-”)
ตัวเตี้ย: (ชนะ!)

ตัวโตเดินผ่านมาอีกรอบ

ตัวเตี้ย: พี่โตกางเกงสวยนะคะ ขอได้เปล่า
ตัวโต: ได้สิ
ตัวเตี้ย: ขอบคุณค่า ใจดีจัง (>_<)

ตัวโต: แต่เราคงต้องเอาไปตัดขาเยอะหน่อยนะ ..หึหึ

ตัวเตี้ย: ใจร้าย (T___T)
ตัวโต: (ชนะ!)

คะแนนรอบนี้
เสมอ 1:1

Posted in ตัวโต ตัวเตี้ย | No Comments »

เมื่อไรเขามา ฉันจะไป

May 7th, 2009 by inanza

ปากซอยลาดพร้าว 26
มีตึก 2-3 ห้องตรงหัวมุมทางเข้า ได้ชื่อ (จากพวกเรากันเอง) ว่าทำเลยอดแย่ (อ่านว่า ทำ-เล-ยอด-แย่ นะ ไม่ใช่ ทำ-เลย-อด-แย่)

ประมาณ 2 ปีก่อนมีร้านตัดผมบุรุษ ปิดกิจการไปก่อนวัยอันควร
ตึกตรงนั้นร้างราผู้พักอาศัยอยู่พักใหญ่
แล้วก็มีโรงเรียนกวดวิชามาเปิด และปิดกิจการในเวลาอันสั้นเช่นกัน สงสัยว่า(ไม่)รวยแล้วเลิก

จากนั้น (ยังมีอีก?)
สถาบันอะไรซักอย่างเกี่ยวกับการเล่นโกะ มาจับจองเป็นเจ้าของ
มาเงียบๆ ติดป้ายใหญ่ๆ บอกเราไว้ และไปเงียบๆ

พวกเรา (วายไอวาย) เคยสันนิษฐานสาเหตุของความมาเร็วไปเร็วนี้ว่า

  • ตึกมันอยู่ตรงหัวมุมน่ะ ทำเลไม่ดี (เหรอ? ปกติตึกตรงหัวมุมมักจะมีคนเห็นง่ายจากหลายทิศทางนี่หว่า)
  • ซอยลาดพร้าว 26 น่ะแคบ หาที่จอดรถยาก ใครๆ ก็เลยไม่สะดวกมาใช้บริการ (มีเหตุผลขึ้นมาหน่อย)
  • เดินทางมาลำบาก (ตรงไหน? มุมนั้นมีแทบทุกอย่าง ทั้งพี่วิน พี่ใต้ดิน พี่แท็กซี่ พี่รถเมล์ ขาดแค่เรือกับเครื่องบิน)
  • เจ้าของกิจการเค้าอาจจะประชาสัมพันธ์ไม่ดี ติดป้ายน้อยไปหน่อยเลยไม่ค่อยมีคนรู้จัก (อันนี้ก็ไม่แน่)
  • เงาดำมืดปกคลุมมั้ง ทำอะไรเลยไม่ได้ดีซักอย่าง (ออกแนวโยนความผิดให้สิ่งที่ไม่มีทางสู้ ในที่นี้คือเงาดำมืด)

ไม่รู้แฮะ
ทั้งที่หัวมุมตรงนั้นติดป้ายรถเมล์
แถมเดินไปอีกไม่กี่สิบเมตรก็ถึงรถไฟใต้ดินสถานีลาดพร้าวแล้วแท้ๆ
เหตุผลเรื่องการเดินทางยากลำบากนั้นปัดตกไปได้

มีช่วงนึงเราเพ้อๆ คุยกันว่า
“หรือเราจะไปเช่าที่ตรงนั้นทำธุรกิจอะไรซักอย่างดี ระดมทุนหาเงินทำงานไง”
(ก่อนจะได้ระดมทุนหาเงินทำงาน ต้องระดมทุนหาเงินซื้อตึกอีก โว้ว!)
.

ตึกหัวมุมนั้นเว้นว่างจากเจ้าของอยู่อีกพักใหญ่
ซึ่งเราไม่แปลกใจกันอีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่เพราะคิดสาเหตุออกหรืออะไร
แต่เบื่อจะคิด (ก่อนหน้านี้ทำไมไม่คิดได้แบบนี้วะ เสียเวลาไปเปล่าๆ ปลี้ๆ)

แต่สองสามวันที่ผ่านมา เหมือนจะมีใครมาจับจองเป็นเจ้าของตึก
เพราะมีแก๊งชายฉกรรจ์ล่ำบึ้กมาดูแล คล้ายจะปรับปรุงเพื่อกิจการใหม่อะไรซักอย่างของใครซักคน

ยังคิดในใจว่าจะรอดไหม ภาวนาให้มาดีไปดีก็แล้วกัน

แล้ววันนี้เราก็ได้รู้

พอเดินออกจากบ้านวายไอวายซอย21 (ตรงข้ามกับซอย26 –ที่ซึ่งเราเลือกจะจากมา)
เห็นแถบสีส้ม สีเขียว และเลขเจ็ด!

โอ้วววววว
มันคือ เจ็ดสิบเอ็ด
เซเว่นอีเลฟเว่น!

ดีใจกรี๊ดกร๊าด
ในที่สุดตึกตรงนั้นก็มีทางออกที่ดี
รู้สึกแถวนี้กำลังจะร่าเริงขึ้น

แต่…
เซเว่นมา แล้วร้านค้าคุณป้าที่อยู่ในซอยล่ะ
สมาชิกชาวหอพักข้างในคงไม่ทิ้งร้านคุณป้าให้เหงาเศร้าหรอกใช่ไหม
ร้านค้าคุณป้าอยู่ใกล้หอพักมากกว่าเซเว่นด้วย
ช่วงกลางวันน่าจะยังขายได้
ไว้ดึกๆ ชาวหอค่อยอุดหนุนเซเว่น

บลาบลาบลา…
.
.
.
.
.

เรื่องคงยังไม่จบแค่นี้
สีสันและแสงสว่างดึงดูดใจของร้านสะดวกซื้อคู่คนไทยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จะส่งผลถึงใครในซอยอย่างไรบ้าง ยังไม่มีคำตอบ
(แม้ในใจจะมีภาพบางอย่างลอยเข้ามา)

บางทีชีวิตคนในซอยน่าจะสนุกขึ้น
คุณป้าอาจจะมีแรงกระตุ้นมากขึ้นในการขายของ
อย่างเช่นคำนวณราคาให้ถูกลง จัดหน้าร้านใหม่ ยิ้มแย้มแจ่มใสกว่าเดิม ฯลฯ

แบบนี้ในโลกทุนนิยมเสรีเรียกว่าเป็นผลดีต่อผู้บริโภคใช่ไหม
เมื่อมีการแข่งขัน เจ้าของกิจการย่อมจะพยายามปรับหากลยุทธ์บางอย่างมาเอาใจให้ผู้บริโภคสนใจสินค้าและบริการของตน

ขออย่างนึง
อย่าให้คุณลุงคุณป้าต้องผันตัวเองจากผู้จำหน่ายสินค้าปลีกไปเป็นผู้บริโภคอย่างเดียวเลย
นั่นมันอาชีพหลักในการเลี้ยงปากท้องเชียวนะ…

คิดว่าพวกเราเองก็ต้องช่วยกัน
–ช่วยยังไง?
–อย่างง่ายๆ ก็ ช่วยอุดหนุนไง หรือช่วยแนะนำสินค้าที่คุณป้าน่าจะมีขายก็ได้ อย่าเทใจให้ธุรกิจ(เจ้าของ)ใหญ่ไปเสียหมด
.
.
.

ส่งพลังให้คุณลุงคุณป้าล่วงหน้า!
แม้เซเว่นมา ก็ขอให้คุณป้าอยู่ต่อไป

(พวกเขาจะรู้ไหมว่าไอ้ระบบนี้เราต้องสู้ ต้องไม่จำนน ฮึบๆ)

Posted in Learning, be All round | No Comments »

Love and pain

May 4th, 2009 by inanza

.

.

มันเจ็บปวดเมื่อเห็นคนที่เรารักไปมีความรักกับคนอื่น

แต่จะเจ็บปวดยิ่งกว่า ถ้าคนที่เรารักไม่มีความสุขเมื่ออยู่กับเรา

.

-unknown-

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

found in inanza daily diary B.E.2548 (A.D.2005)

Posted in Quote of the day, อารมณ์รัก | 2 Comments »

I cry.

March 10th, 2009 by inanza

เหนื่อย
ร้องไห้จนเหนื่อย จนจมูกตัน จนหายใจไม่ออก
ไม่รู้น้ำมูกน้ำตาไหลมาจากไหนนัก

หมดแรง
ร้องไห้ไปพูดไป
ระบาย โวยวาย ตัดพ้อ
สารพัดความคิดความรู้สึก

คิดถึง
ทรมาน

มันจะยังอยู่กับเราอีกสักพัก
ช้า เร็ว แค่ไหนไม่รู้
แต่มันจะอยู่ และค่อยๆ จางไป

กลัว
ความโดดเดี่ยว

เกลียดตัวเองที่ไม่ระวัง
ปล่อยให้ความรู้สึกควบคุมการกระทำ
ไม่หยุดทั้งที่ถึงเวลา

กับสิ่งที่เกิดขึ้น
ตัวเราเองมีสองด้าน
ด้านหนึ่งเข้มแข็ง เข้าใจ ไม่เป็นไร
รู้ว่าควรคิดควรทำอะไร หยุดความหมองเศร้าไว้ได้เป็นระยะๆ
เรียนรู้จากความผิดหวัง

อีกด้านคือสัญชาติญาณดิบ
อ่อนแอ เศร้า เสียใจ ร้องไห้ กรีดร้องในใจ
ไม่อยากคุมตัวเองทั้งความรู้สึกและการกระทำ
ไม่อยากคิดไม่อยากสนใจไม่อยากทำความเข้าใจอะไรทั้งนั้น
แค่อยากเป็นคนธรรมดาที่แสดงอารมณ์แท้จริงออกมา

ตัวเราทั้งสองด้านทำให้ปฏิกิริยาของเราต่างไปในสถานการณ์ต่าง
บอกไม่ได้ว่าช่วงไหนจะเป็นแบบไหน
พลังด้านไหนแข็งแกร่งกว่าก็ชนะและแสดงออกไปอย่างนั้น

.
.
.

นั่นคือเหตุที่เราร้องไห้จนเหนื่อยเมื่อคืนที่ผ่านมา
เราอ่อนแอ

.
.

ความบ้าก็คือ
คนที่ทำให้เราร้องไห้ กับคนที่อยู่ข้างๆ ปลอบเรา เข้าใจเราตลอดช่วงเวลา

เป็นคนเดียวกัน

.

ตลก
แต่เป็นไปแล้ว

.

.

.

ถึงคุณ
ความพิเศษของคุณอยู่ตรงนี้มั้ง

คุณทำให้เราเข้าใจว่าความปรารถนาดีที่แท้จริง มีอยู่
สิ่งที่คุณให้ ความพยายามช่วยเหลือ
พลังที่ส่งผ่านเสียงและสัมผัส
เราได้รับ และขอบคุณมาก

.

เราจะอดทนและพยายาม
อย่างที่คุณบอกว่าคุณจะพยายามในส่วนของคุณเช่นกัน

.

.

.

ในสถานการณ์ที่สองฝ่ายไม่สามารถหาข้อสรุป win-win ได้
ฝ่ายหนึ่งต้องยอมเป็นผู้กระทำ ฝ่ายหนึ่งต้องยอมเป็นผู้ถูกกระทำ

ความเจ็บปวดเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย
แต่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องโหดร้าย
เพราะทั้งสองฝ่ายช่วยเยียวยากันและกันได้
.

เมื่อเป็นอย่างนั้น
.

มิตรภาพที่แท้จริงจึงเกิดขึ้น
และเราเป็นเพื่อนกัน
.

ประโยคสุดท้ายนี้เป็นทั้งคำบอก คำปลอบ คำตอกย้ำ แต่เป็นความรู้สึกจริง

.

.

.

.

.

ป.ล.
โพสต์นี้ตั้งใจโวยวายเวิ่นเว้อประกาศความจิตตก
ไปๆ มาๆ มันกลายพันธุ์ได้ไงไม่รู้

Posted in Learning, อารมณ์รัก | 10 Comments »

« Previous Entries