Nothingness
inanza

อดีตที่เป็นอดีต

August 28th, 2008 by inanza

อยากบอกรัก
นึกไม่ออกว่า ณ ขณะเวลานี้ควรพูดคำนี้กับใคร

เมื่อวานไปทำกิจกรรมกับน้องบิ๋ม และน้องโครงการคุณธรรมสร้างสรรค์ผ่านนิทานเพื่อน้อง
เป้าหมายคือ เด็กๆ ในศูนย์เด็กเล็ก ชุมชนริมทางรถไฟโค้งอโศก
และเรานัดกันที่ มศว. ถนนเพชรบุรี

เส้นทางที่ใช้
รถไฟใต้ดิน โผล่สถานีเพชรบุรี ทางออกที่1
เดินย้อนกลับมายังถนนเพชรบุรี
ข้ามสะพานลอย
เข้าซอยข้าง 7-11
ทะลุท่าเรือ มศว.
เดินข้ามสะพาน
เข้าประตู ตรงไปที่ตึกคณะมนุษย์ศาสตร์
ผ่านซุ้มขนมและโรงอาหาร

ระหว่างเดินผ่านสะพานตรงท่าเรือ นึกได้ว่าครั้งนึงเคยหยุดดูตุ๊กตา Devil ตัวสีแดง
ซื้อมา2ตัว แบ่งกับคนที่เดินมาด้วยคนละตัว
เดินผ่านโรงอาหาร … เราเคยกินข้าวกลางวันในนั้นด้วยกัน
แนนเคยนั่งรอคนคนนึงอยู่แถวนี้

เมื่อสองหรือสามปีก่อน

เรื่องราวย้อนกลับมาให้นึกถึง
เหมือนหนังเรื่องหนึ่งกำลังฉายซ้ำ

คิดถึงตัวละครสำคัญคนนั้น ตัดสินใจโทรหา
miss call สลับกันไปมาอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็ได้คุย

… เปลี่ยนไปแล้ว
… ความรู้สึกต่างจากเคย
… ไม่ผูกพันอย่างเดิม ไม่มีเยื่อใยอย่างที่เคยมี

คิดมาตลอดว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอย่างไร
ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะไหน
เราคงจะให้ความสำคัญต่อกัน –มาก เหมือนเดิม

แต่หลังจากได้คุยวันนี้ มันเปลี่ยนไป
… อาจเพราะเราได้รู้ว่า คนที่เคยอยู่ข้างเรา มีรักครั้งใหม่เป็นครั้งที่ 2
… อาจเพราะเราคุยกันถึงเรื่องของเธอคนนั้น
… อาจเพราะเค้ากำลังรีบ หรือแบตโทรศัพท์กำลังใกล้หมด
… ด้วยอะไรก็ตาม เรารู้สึกได้ถึงความต่าง

เศร้าอีกครั้ง
แต่ก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆ

สิ่งที่เราต้องทำยังมี เรื่องที่เราต้องคิดยังอยู่ ผู้คนแวดล้อมและก้าวเดินของเรา
ส่งผลบางอย่างให้เราหยุดคิดซ้ำไปซ้ำมากับอดีต
นั่นน่าจะเป็นสิ่งดี

บรรทัดต่อจากนี้ เรต ฉ.
เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี
ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำขณะอ่าน
ไปตามพ่อกะแม่มาอ่านด้วยกันไป๊

ป.ล.
ขอบคุณอิปาล์ม
ข้อความที่มึงส่งถึงกูว่า “โทรมาเห๊อะ” เมื่อสิ้นเดือนกรกฎา ก่อนไปเยี่ยมโครงการที่ จ.ตาก
ทำให้กูระลึกได้ว่าควรคุยเรื่องนี้กับมึง
เป็น 3 นาทีที่ทำให้กูรู้ว่ามึงยังไม่หายไปไหน

ดีใจที่มีมึงเป็นเพื่อน

Posted in nanself | No Comments »

ว่าแล้ว

August 25th, 2008 by inanza

ว่าน - รัชชุ สุระจรัส (Lady Killers)
เพลงประกอบภาพยนตร์ ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น

.

(ถ้าเน็ตช้า รอประมาณเกือบ 2 นาที จะมีเพลงให้ฟัง)

.

หากเธอยังยืนยัน จบกันเพียงแค่นี้
หากมันยังคง ไม่มีวิธี หากเธอนั้นลำบากใจ
หากทนเธอรำคาญ หากถามคงไม่ไหว
หากเธอต้องการฉันคงต้องไป ถ้าหากใจยังรักเธอ

ว่าแล้ว วันนั้นไม่ควรบอกไป
เรื่องความในใจ ที่เธอนั้นคงไม่อยากรู้
ว่าแล้ว ความคุ้นเคยที่มีอยู่
กลับกลายเหมือนคนไม่รู้จักกัน

อยากลืมเธอให้ลง ยังคงอดทนไว้
แต่ความเป็นจริงฉันยังเสียดาย สิ่งที่แล้วยังจดจำ
อยากลืมเพียงสิ่งเดียว สิ่งที่ฉันได้บอกเธอวันนั้น
บอกว่าฉัน รักเธอ

ว่าแล้ว วันนั้นไม่ควรบอกไป
เรื่องความในใจ ที่เธอนั้นคงไม่อยากรู้
ว่าแล้ว ความคุ้นเคยที่มีอยู่
กลับกลายเหมือนคนไม่รู้จักกัน

ว่าแล้ว วันนั้นไม่ควรบอกไป
เรื่องความในใจ ที่เธอนั้นคงไม่อยากรู้
ว่าแล้ว ความคุ้นเคยที่มีอยู่
กลับกลายเหมือนคนไม่รู้จักกัน

กลับกลายเหมือนคนที่ไม่ไว้ใจกัน
ถ้ารู้ว่าเป็นอย่างนั้น คงไม่บอก

(แปลไทยเป็นไทย)

ความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่
คิดไว้แล้วว่าถ้าพูดไป เรื่องที่ไม่อยากให้เกิด …คงจะเกิดขึ้นตามมา
แต่ก็อดไม่ได้

ในที่สุดก็บอกเธอคนนั้น
ในที่สุดสิ่งที่จินตนาการไว้ก็เป็นจริง

“ว่าแล้ว”
“ถ้ารู้ว่าเป็นอย่างนั้น คงไม่บอก”

เอาหละ
สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดำเนินไปไม่อาจหวนคืน
ที่ทำได้ คือทำใจ และปล่อยให้ทุกอย่างเป็นอดีต

… ถ้าเป็นเรา เราจะบอกมั้ยวะ
… ถ้ารู้อยู่แล้วว่าบอกไปก็แห้ว เผลอๆ กลับไปคุยกันเหมือนเดิมไม่ได้อีกเลย แกจะบอกเค้าหรือเปล่าแนน
… ไม่รู้เหมือนกันแฮะ

บางทีเรื่องแบบนี้อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราบอก หรือไม่บอก แค่อย่างเดียว
อาจปนอยู่กับการวางตัว
ถ้าเจอที่ไรมือไม้สั่น ร่าเริงผิดปกติ คุมตัวเองไม่อยู่ ดูแลเขาเกินเหตุ
ถึงไม่ต้องบอกเค้าก็รู้
พอเค้ารู้ (และถ้าคำตอบเป็นลบ) ก็อาจจะพยายามทำตัวห่าง… ไกล ออก ไป เอง
โดยที่เราไม่ต้องเอ่ยอะไรซักคำ

เออ นั่นแหละ เราต้องควบคุมตัวเอง
ซึ่งกับบางคน ทำยากมาก ให้ตายเถอะ!

.
.

###

.
.

โลกนี้เต็มไปด้วยทฤษฎีคู่ขนาน
ง่ายๆ
ขาว-ดำ, อ้วน-ผอม, สูง-ต่ำ, ดี-ร้าย, รัก-เกลียด, ฯลฯ

เพลงรักในท้องตลาดและห้วงอากาศ
มีทั้งเพลงที่ให้กำลังใจคนอยากบอกรัก (ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้ได้บอกก็พอ)
และเพลงสะท้อนอารมณ์คนอกหักจากการบอกรัก (บอกไปก็ช้ำใจ เก็บไว้ดีกว่า)
—พิมพ์เสร็จ รู้สึกว่ามันไม่ค่อยโยงกัน แต่จะดันทุรังพิมพ์ต่อ ฮ่าๆ—

เออเนอะ
ลองคิดดูว่าถ้าเราไปหลงรักใครสักคนเข้า
แล้วบังเอิญได้ฟังเพลงให้กำลังใจ เราก็คงยิ้มได้อย่างมีความสุขกับรักข้างเดียว
แต่ถ้าบังเอิ๊ญ… เพลงเพราะเพลงนั้นดันเป็นเพลงทำนองเศร้าเคล้าเนื้อร้องอันหมองมัว
เราอาจจะซึมไปได้หลายวัน

ชีวิตคนนี่ ถึงจะบอกว่าตัวเราเรากำหนดทางเดินตัวเอง
แต่ระหว่างทางนั้นมี “สิ่ง” ดึงดูดให้เราคิด ทำ รู้สึก นึกตาม มากมายเหลือเกิน

ค่อยๆ เดินล่ะ
พกสติติดกระเป๋าไปด้วย
เผื่อสะดุดเมื่อไหร่จะได้ไม่เจ็บ-ปวด-นาน

Posted in be listened | 3 Comments »

ธรรมดา

August 24th, 2008 by inanza

[เขียนเมื่อ Aug 21, 2008]

สุขและทุกข์คือธรรมดาโลก
ขอให้พบพาน และผ่านพ้นด้วยดี

.

.

นั่งรถกะป๊อกลับจากบ้านพี่แอนเจ๊โบว์ตอน 9 โมงเช้า
นึกถึงพี่คนนึงที่เกิดวันนี้ (Aug 21, 2008)

นึกหาประโยคดีๆ อวยพรให้
ได้อันข้างบนนั่นมา

เออ ดี เก็บไว้บอกตัวเองบ้าง

Posted in nanself | No Comments »

ไกลออกไป

July 26th, 2008 by inanza

น้ำตาช่วยอะไร
เคยเถียงกับเพลงเพลงหนึ่ง
ว่าน้ำตาเยียวยาได้ อย่างน้อยก็ความรู้สึกของคนกำลังเสียใจ

แต่การร้องไห้ของแนนตอนนี้ไม่ช่วยอะไร
เมื่อทุกอย่างกำลังไกลออกไป
ไกลออกไป ทุกที ทุกที

เคยคิดว่าไม่จำเป็นต้องมองอนาคต
ไม่ต้องวางแผนชีวิต
เคยคิดว่าทุกอย่างจะดำเนินไปเรื่อยๆ เป็นแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้
ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องปรับตัวอย่างไร หากเกิดการเปลี่ยนแปลง

แต่ชีวิตใครก็ของคนนั้น
ไม่มีใครอยู่กับใครไปได้ตลอดในความสัมพันธ์แบบเพื่อนหรือพี่น้อง
ช่วยไม่ได้ถ้าจะมีคนจากไป แล้วส่งผลให้อีกคนเสียใจ
เพราะคนที่ยังอยู่ ต้องปรับตัวให้ได้ ไม่ใช่มัวร้องไห้ฟูมฟายเสียสติ

ไม่ใช่ความผิดของใคร

อยากหยุดร้องไห้

กลัวการอยู่คนเดียว

กลัวความตาย

เกลียดการจากลา

ซึ่งล้วนเป็นสิ่งธรรมดาที่สิ่งมีชีวิตบนโลกต้องเผชิญ

อาการและความรู้สึกแบบนี้จะทำให้เรายิ่งมีชีวิตอยู่อยากขึ้นใช่ไหม
รู้ว่าวันหนึ่งเราจะอยู่ได้
รู้ว่าหากปล่อยให้มันผ่านไประยะหนึ่ง เราจะค่อยๆ ลืม
ความผูกพันในอดีตจะค่อยๆ จางไปจากเรา
รู้ รู้ รู้

แล้วทำไมยังเสียใจอยู่

ไม่อยากให้ทุกอย่างกลายเป็นอดีตจางๆ
ไม่อยากเป็นคนที่ไม่มีความสำคัญอีกต่อไป
ไม่อยากเป็นแค่ คน เคย คุ้น

น่าเกลียดเนอะ
ทำตัวแบบนี้น่าเกลียด

แต่ ณ เวลานี้
มันช่วยไม่ได้จริงๆ

ใครก็ได้จับมือแนนหน่อย
ใครก็ได้กอดแนนที
ใครก็ได้มานั่งเป็นเพื่อนแนนซักสองสามนาที
ใครก็ได้

อยู่ปลอบใจแนนก่อนแล้วค่อยไป

เถอะนะ

Posted in YIY, nanself | 2 Comments »

บ้าน

July 22nd, 2008 by inanza

เมื่อวาน ขากลับจากทริปเยี่ยมโครงการน้องยิ้ม4
3 วัน เหยียบ 4 จังหวัด
เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ น่าน (ถ้ามีอารมณ์คงได้มาเล่าเป็นเรื่องเป็นราว ยาวๆ)

ระหว่างทางก่อนถึงกรุงเทพฯ
จินตนาการถึงที่นอนธรรมดาๆ ในบ้านหลังเล็ก
นึกถึงคนที่บ้าน แล้วรู้สึกยินดี

รู้สึกว่ามีจุดหมายปลายทาง มีอะไรรออยู่
และสิ่งที่ไม่ได้รู้สึกมานาน
คืออยากกลับบ้าน

ช่วงเวลานี้ของแนน นับว่าเป็นเรื่องดี
แต่ต่อไปอาจกลายเป็นแย่
เพราะเรากำลังผูกพันกับสถานที่และบุคคลหนึ่งมากเกินไป

พอถึงเวลาที่อะไรต่อมิอะไรจะเปลี่ยน
คนที่แย่คือเราเอง

อ่าว
ทำไมตอนสรุปมันเศร้าวะ
ตั้งใจจะบอกว่า
วันนี้แนนมีความสุขและรู้สึกดีที่มีบ้านกับครอบครัววายไอวาย

อีกเรื่องต่อเนื่องกัน
เมื่อเช้าพี่มะเดี่ยวมาบอก
พี่ว่าจะไม่ย้ายออกไปอยู่หอแล้วนะ
(ดีใจ แต่ไม่แสดงออก ทำหน้านิ่งมาก)
แต่ว่าพี่จะย้ายกลับไปอยู่บ้านแทน
(เสียใจ หน้าที่นิ่งอยู่แล้วนิ่งกว่าเดิม)

อื้อ
เมื่อไหร่เหรอคะ
น่าจะเป็นช่วงสิ้นเดือนนี้แหละ

อ่าฮะ…
ดีๆ

-จบบทสนทนา-

อารมณ์แนนกลับมาเหี่ยวดังเดิม

-เริ่มใหม่ตอนบ่ายๆ-
พี่เดี่ยวไม่อยู่แนนก็เหงาแย่ดิ
หู้ย.. ไม่เหงาหรอก ทำยังกับว่าตอนอยู่ด้วยกันจะคุยกันเยอะงั้นแหละ
(แทงใจดำ)
เออเนอะ

จริง
ระหว่างวันแทบไม่คุยกันเลย
ตอนกลางคืนยิ่งแล้วใหญ่
จะว่าไปก็เหมือนต่างคนต่างอยู่

พี่เดี่ยวก็ทำงานอดิเรกไป เลี้ยงปลา ทำตู้ปลา ปลูกต้นไม้ ไปจตุจักร นอนดูหนัง
พี่เดี่ยวกินเหล้ากินเบียร์อยู่หน้าบ้านแนนก็ไม่ค่อยได้ไปนั่งด้วย

แนนก็เล่นเน็ต ดูหนังแผ่น ดูซีรีย์ นั่งหน้าคอมซะมาก
ออกไปกับเพื่อนที่ฟอนต์ ดูหนัง ซื้อหนังสือ อ่านหนังสือ อ่านการ์ตูน นอน

แล้วพอจะต้องอยู่คนเดียวในบ้านขึ้นมา
ทำไมแนนต้องเศร้าด้วยวะ
(เอาแล้วไง พิมพ์ถึงตรงนี้แล้วแม่งยิ่งเศร้า)

กูเป็นอะไรเนี่ย

ช่างมัน
คิดมาถึงตรงนี้แล้วไม่อยากคิดต่อ

มีอย่างนึง (ที่จริงคงหลายอย่าง) ที่พี่เดี่ยวเคยสงสัย
ไม่รู้ลืมไปหรือยัง

น้องแนนร้องไห้ทำไม

เออ
ถ้าว่ากันตรงๆ
อันนี้แหละที่เป็นสาเหตุให้แนนน้ำตาไหลอยู่เรื่อยตอนคุยกับพี่เดี่ยว
อันที่พี่เดี่ยวจะไม่อยู่บ้าน
กับที่เรื่องของพี่เดี่ยวกับเรื่องของแนน เป็นคนละเรื่องกัน

น้องแนนโกรธอะไรพี่เดี่ยวนักหนา
เรื่องเล็กๆ แนนก็เคืองได้นานเป็นวันๆ –จนถึงหลายวัน

น้อยใจมั้ง
สะสมไว้เรื่อยๆ
อะไรที่คนอยู่ด้วยกันน่าจะได้รับรู้
แนนไม่เคยพยายามเอาตัวเองเข้าไปรู้ ทำเป็นไม่ได้อยากรู้
พี่เดี่ยวก็ไม่ได้คิดเยอะ ไม่คิดมาก มีคนให้คุยด้วย (และคุยรู้เรื่องกว่าแนน) ตั้งหลายคน
เพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่เกี่ยวกับแนน ก็ไม่ได้เอามาเล่าให้ฟัง

แนนกำลังไม่ยอมรับตัวเองที่เป็นที่ปรึกษาให้ใครไม่ได้
และไม่ได้สำคัญกับชีวิตของใคร อย่างที่อยากให้เป็น
แต่ทั้งหมดทั้งปวง มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย
แนนก็ขอบคุณ

มันพูดยากนะ
เรื่องเล็กของใครต่อใคร มักเป็นเรื่องใหญ่ของแนน
สงสัยต้องตายแบบโดดเดี่ยว (ประโยคนี้ไม่ค่อยเกี่ยว แต่ดันนึกขึ้นได้เลยพิมพ์ลงไป)

บันทึกไว้แค่นี้พอ
ยังคิดไม่เสร็จแต่ไม่คิดต่อ
จบแบบไม่จบนี่แหละดี –อย่างน้อยก็ดีสำหรับเวลานี้ ดีกับแนนในตอนนี้

——

เอ้อ
อะไรวะ
ก็แค่จะกลับไปอยู่บ้านตัวเอง
ไม่ได้หายไปไหนซักหน่อย ทำมาโวยวายอะไรเยอะแยะ

(แนนเถียงกับตัวเองอีกแล้ว -*-)

Posted in nanself | 1 Comment »

งาน เงิน ความหวัง อนาคต

July 22nd, 2008 by inanza

เอาละนะ

แนนทำงานเป็นกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “เอ็นจีโอ” ค่ะ
ชื่อกลุ่ม วายไอวาย
ประเด็นที่ทำเป็นเรื่องเยาวชน วัยรุ่น เด็กม.ปลาย น้องในมหาวิทยาลัย
กระตุ้นโน่นนี่ ให้เด็กแก๊งเหล่านี้หันมาลองทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสังคมรอบตัว

เอ็นจีโอ - NGO = Non Government Organization
แปลตรงตัวคือ องค์กรที่ไม่ใช่รัฐบาล
ขยายความอีกหน่อยคือ เป็นเอกชนที่ไม่หวังผลกำไรเยอะๆ
เป็นพวกอยากทำอะไรให้บ้านเรา สังคมรอบตัวเรามันน่ามองขึ้นอีกหน่อย
(อธิบายมากไปเดี๋ยวงง เอาแค่นี้ก่อนละกันเนาะ)

ถ้าไม่นับอารมณ์ขุ่นมัวตอนนี้ (อารมณ์กำลังแปรปรวน)
แนนมีความสุขและสบายใจกับงานของตัวเองมากๆ

เงินเดือนไม่เยอะหรอกนะ
ถ้าเทียบกับเพื่อนคนอื่นที่เรียนจบมาเกือบ 2 ปี
อัตราก้าวหน้าไม่ต้องพูดถึง
โบนัสก็มีบ้างไม่มีบ้าง (ส่วนใหญ่เป็นอย่างหลัง)
วันหยุดก็ไม่แน่นอน (แต่อยากหยุดเมื่อไหร่ก็หยุดไป ถ้าจัดการตัวเองได้)

แต่ความสุขอยู่ที่
ความเป็นครอบครัว เป็นพี่เป็นน้อง
ทำงานเมื่อไหร่ก็ได้
เป็นเจ้านายตัวเอง (มีกรอบการทำงาน วางแผนเอง และทำให้ตรงเส้นตาย)
เวลาเจอน้อง หรือคนรุ่นเดียวกันที่กำลังพยายามทำกิจกรรมสนุกสนานเพื่อโลก
มันรู้สึกสดชื่น…

พลังในการทำงานแต่ละวันมาจากเรื่องใหม่ๆ ที่ได้เจอ
จากโครงการเพื่อสังคม (ไม่อยากใช้คำนี้เลยแฮะ แต่เลี่ยงไม่ได้) ของน้องๆ วัยรุ่นในชุมชนที่จู่ๆ ก็อยากทำอะไรให้หมู่บ้านตัวเอง
คนเจ๋งๆ ที่ได้คุยด้วย หรือแม้กระทั่งแค่ได้ฟังจากปากคนอื่น

แต่ข้อเสียของแนนคือ
ใจแคบ บางทีไม่ค่อยเปิดใจรับเรื่องใหม่
พลังทั้งหลายที่จะได้ ก็เลยมาไม่ค่อยเต็มที่
แนนชอบเอาความเก่งของคนอื่นมากดทับตัวเอง
ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า เราทำอะไรไม่ค่อยได้
แค่ทำงานก๊อกๆ แก๊กๆ ไปวันๆ

อีกอย่าง
งานแบบนี้ทำแค่ไม่กี่ปีมันไม่เห็นผล
เพราะฉะนั้นจึงรู้สึกท้ออยู่บ่อยๆ
ว่าที่พยายามอยู่ ได้ผลจริงหรือเปล่า
สิ่งที่เรากำลังทำ ดีจริงเหรอ…
คำถามพวกนี้ ถ้าหาคำตอบที่แท้จริงไม่เจอก็จะบั่นทอนความรู้สึกกันไป

สำหรับเรื่องความมั่นคง
เรื่ององค์กรหรือรายได้ไม่ต้องพูดถึง (ที่จริงมันต้องพูดใช่มั้ย)
งานแบบนี้ ความมั่นคงหลักๆ อยู่ที่ใจเรา
ถ้ารักจะอยู่ด้วยกันจริง
ทำแล้วมีความสุขจริง ก็ทำไป

แต่ถ้าทำแล้วยังไม่ใช่ ก็ลองมองหาสิ่งใหม่
ทั้งนี้ทั้งนั้น
ใครใช่หรือไม่ใช่
ออกจากวายไวายไปแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกันนะ

เรื่องเปลี่ยนงาน
อยากลาออกตั้งหลายหน!!
(ไหนบอกทำแล้วสบายใจ -*-)
คือ ไอ้คำถามและความรู้สึกที่ว่าเราทำอะไรไม่ได้ และทำไปแล้วไม่ค่อยเห็นผลนั่นแหละ
มาบั่นทอนเป็นพักๆ

แต่คิดตลบไปตลบมา
ออกไปแล้วใครจะรับกูทำงานวะ
ที่อื่นเค้าคงไม่รับหรอกคนก๊งๆ ทำอะไรไม่ค่อยได้พรรค์นี้ :30:
ก็เลยไม่ออก

อีกอย่าง
อยากทำให้ถึงที่สุดของชีวิตก่อน
อยากรู้ว่าวันสุดท้ายขององค์กรจะมีอยู่จริงมั้ย
อยากรู้ว่าท้ายที่สุด ถ้าเราฝ่าฟันมันจนสุดชีวิตแล้วจะเป็นยังไง

ป.ล.
ไอ้ วายไอวาย เนี่ย
ยังไม่เป็นตัวเป็นตนทางกฎหมายเลยนะคะ
เป็นกลุ่มคนที่รวมตัวกันเฉยๆ
อยากทำอะไร เชื่อในสิ่งไหนก็เขียนโครงการของบจากที่อื่น

ยังไม่เป็นมูลนิธิ
ไม่เป็นคณะบุคคล
ไม่เป็นบริษัท ฯลฯ

แต่นั่นแหละ
วันนึงเราจะมีตัวตน :)

—–

ถ้าใครอ่านไม่รู้เรื่อง ต้องขออภัยอย่างสูง :46:
แนนคิดอะไรกระโดดไปกระโดดมามากเลยวันนี้
(ที่จริงก็เป็นแบบนี้มาตลอด -*-)

02 เมษายน 2551, 22:20:43 — ตามอ่านของจริงได้ที่ฟ๐นต์จ้ะ

ขยายความ

เพื่อนพี่น้องที่ฟ๐นต์ฟอรั่มคุยกันเรื่องชีวิต
ในหัวข้อ งาน เงิน ความหวัง อนาคต

แนนเลยเอากะเค้าหน่อย
พิมพ์ไว้เมื่อหลายเดือนผ่านมา
กะว่าจะเรียบเรียงใหม่ให้เข้าใจง่ายๆ และใส่ความคิดความรู้สึกที่เป็นปัจจุบันทันด่วนลงไปด้วย
แต่ไม่เอาละขี้เกียจรอ
ดองไว้เป็นเดือนๆ ไม่มีอารมณ์ทำใหม่สักที
แปะอันนี้ไว้เป็นประวัติศาสตร์ชาติไอ้แนนซ่าก่อน
มีอารมณ์เมื่อไหร่ค่อยมาเรียบเรียงตัวเอง

นี่ไม่ได้กำลังสัญญิงสัญญาอะไรนะเว้ย
บอกเผื่อไว้
อาจจะไม่คิดแล้วก็ได้
… ปกติก็ไม่ได้เป็นคนมีความคิดอะไรอย่างคนอื่นเค้าหรอก

Posted in YIY, nanself | 1 Comment »

เพลงรักประกอบชีวิต

June 25th, 2008 by inanza

the soundtracks of my love: เพลงรักประกอบชีวิต
เขียนโดย นิ้วกลม
(ตามหาหนังสือเล่มนี้นานมากกกกก - ของดีต้องมีซีดีเพลงประกอบหนังสือ)

เหมือนค้นเจอไดอารี่เพื่อนแล้วหยิบติดมือมา
เขียนแบบ เล่าไปเรื่อยๆ สำนวนบางตอนแนนอ่านแล้วรู้สึกเยิ่นเย้อไปหน่อย
แต่นี่อาจจะเป็นจุดเด่นของคุณนิ้วกลมเค้าละมั้ง

เรื่องราวความรักตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันของคุณนิ้วกลม
แนนว่าไม่ได้หวือหวาน่าตื่นเต้นมากมายจนหัวใจจะวาย
แต่ทำให้คนอ่านประทับใจได้เรื่อยๆ
ทั้งที่ผิดหวังและสมหวัง
บางท่อนอาจจะไปโดนใจใครเข้า… โดยเฉพาะตอนใกล้เจ็บปวด
แถมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เรื่องวิวัฒนาการของวิธีการสื่อสารระหว่างคนจีบกันด้วย

อ่านจบแล้วก็… เออ จบ (ก็ใช่สิ!) / อยากไปหาบางเพลงมาลองฟัง
ยิ้ม ยินดีกับความรักที่เค้ามีอยู่ตอนนี้
(ถ้าเทียบกับตัวเองแล้วจะเศร้า)

ถ้าเจออยากจะบอกคุณนิ้วกลมสักที
“ดีใจด้วยนะ (เน๋เน๋, น้วนน้วน)”

Posted in be Read | No Comments »

พลาด

June 15th, 2008 by inanza

ความลับ
เรื่องที่เราไม่อยากให้ใครรู้
โดยเฉพาะ “ใคร” คนที่เป็นตัวละครหลักในเรื่อง

ถ้าวันนึงเราประมวลได้ว่า
“ใคร” คนนั้นคงจะรู้แล้ว
ถึงจะไม่ทั้งหมด
แต่ก็พอเข้าใจเรื่องที่เป็นความลับนั้นได้

เราควรทำยังไง

ทำตัวตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อธิบายว่าที่เค้าเข้าใจ ความจริงคืออะไร
ไม่ต้องสนใจเพราะที่จริงก็ไม่แน่ว่าเค้าจะรู้หรือไม่รู้
หายไปจากชีวิตเค้าเลย

ไม่มีคำตอบ
ที่ทำอยู่ตอนนี้คือเสียใจ

แต่ไม่ได้ฟูมฟาย

แค่อารมณ์หม่นๆ ชั่วระยะหนึ่ง
พรุ่งนี้อาจจะหาย
ถ้าพรุ่งนี้ไม่หาย ก็คงเป็นวันมะรืนนี้
ถ้ามะรืนนี้ไม่หาย คงเป็นวันถัดไป
อาทิตย์ถัดไป
เดือนถัดไป

ไม่นานนักหรอก
เรื่องไร้สาระแค่นี้เดี๋ยวก็หายไปจากความทรงจำ
แนนลืมง่ายจะตาย

Posted in nanself | 1 Comment »

ขอขอบคุณ ด้วยความเสียใจ

June 3rd, 2008 by inanza

อะไรกว้าง อะไรแคบ
ใครกันที่ไม่ยอมรับสิ่งที่ตนเป็น

ถูก ผิด ดี เลว ผ่าน ไม่ผ่าน
ใครกำหนด
อยู่ดีๆ การตัดสินเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้นมาเองลอยๆ
ทุกอย่างมีเกณฑ์
เมื่อเรากำหนดเกณฑ์ไว้ นั่นหมายถึง เราอยากให้เกิดมาตรฐานบางอย่างในการที่ต้องตัดสินสิ่งๆ หนึ่งหรือหลายสิ่งก็ตาม

ดังนั้นผลคือมีกลุ่มผ่านเกณฑ์
และกลุ่มไม่ผ่านเกณฑ์
แต่ไม่ได้หมายความว่าเราอยากจะลบกลุ่มไม่ผ่านเกณฑ์ แล้วย่ำให้จมลงไปพร้อมการตัดสินของเรา
เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่อยู่ในความควบคุมของมนุษย์ พัฒนาได้เสมอ
ไม่ว่าใครจะเริ่มต้นอย่างไร การเรียนรู้จะทำให้คนคนนั้นก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง
นั่นแหละนะ มันอาจเป็นแค่ความเชื่อหลักลอย ช่วยไม่ได้ที่เรามีความเชื่อผิดๆ มาเสียตั้งนาน

สิ่งที่เราทำอยู่
ไม่เคยสักครั้งที่ทุกคนจะออกมาป่าวประกาศว่า เราดีที่สุด ไม่มีใครเหนือเรา
ทุกอย่างที่สั่งสม ล้วนมาจากประสบการณ์
สิ่งที่เรามี นอกจากการแสวงหา ยังได้มาด้วยคุณูปการจากกลุ่มคน “ขั้นเทพ” มากมาย
เราขอบคุณผู้คนดีๆ เหล่านั้นจนกระทั่งวินาทีนี้

คำถามก็คือ
การที่คุณตัดสินเราแบบนั้น มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ

สิ่งที่เราทำ
ขอโทษด้วยที่ทำให้คุณเสียเวลา
แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เราได้รู้ว่า บางครั้ง ความรู้ก็สำคัญกว่าจินตนาการ

การจะลงมือทำการใหญ่
ใครบ้างที่คิดและทำได้ในชั่วไม่กี่คืนโดยไม่มีข้อมูลของสิ่งที่จะทำ
แผนงานบิ๊กเบิ้มร้อยล้านพันล้าน
ล้วนต้องมาจากข้อมูลที่เข้มข้น ฐานความรู้แน่นพอควร
ถ้าได้แต่คิด คาดการณ์ สุ่มเดา
แผนเสร็จได้
แต่อย่าคาดหวังผลสำเร็จ

ขอโทษครั้งที่สอง
ถ้าเราทำตัวให้คุณคิดว่าเราทำเป็นเก่ง และไม่รับฟังโลกภายนอก

ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง
การคาดหวังสูงไปทำให้เกิดความเสียใจตามมาได้เสมอ
หวังว่าคุณคงจะได้เรียนรู้กับข้อนี้
เพราะเราเองก็เช่นกัน…

Posted in YIY | 9 Comments »

Round-round-Birthday!

May 12th, 2008 by inanza

This is my 2nd time to greet on your birthday since we met.

Sorry…
I’ve tried.
but i cannot find better words than these.

Happy birthday!
Wish you happy,
Lucky,
No lonely and be yourself!

from me, same old Nan : )

P.S.
last year

Posted in nanself | No Comments »

« Previous Entries