เหงา (อีกแล้ว)

คืนนี้ความเหงามาเยือนอีกแล้ว
เหงาท่ามกลางผู้คนมากมาย
พูดคุยทั้งวัน
แต่ก็เหงา กว่าเดิม
.
มีเรื่องมากมายอยากบอกเล่า
แต่ก็เหมือนไม่มีใครใส่ใจอยากรับฟัง
ไม่มีใครที่เราจะเป็นตัวเองได้จริงๆ
.
………….
.
แอบมีเรื่องเศร้าค้างคาใจ
ตั้งแต่ย้ายบ้าน ก็จะกลับไปพบปะพูดคุยเดือนละ 2 ครั้ง
นัดๆเลื่อนๆกันเหลายครั้ง กว่าจะได้เจอ
ก็แอบดีใจ มีเรื่องราวมากมายอย่างบอกเล่า
แต่พอถึงเวลาก็เหมือนไม่มีใครอยากฟัง
ทุกคนทำอย่างอื่น ดู+ฟังอย่างอื่น
เราก็เหี่ยว…เลิกพูดไปตามธรรมชาติ (ของเรา)
การคุยงานในเรื่องราวต่างๆ ความคิดเห็นเราก็ดูจะไม่ได้มีความหมายอะไร
ไม่ได้รับการตอบรับ ไม่ได้รับการปฏิเสธ ไม่ได้รับการใส่ใจ
เหมือนลมพัด ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป

สื่อสารอย่างสันติ…กับความเป็นจริง

การสอนไม่ใช่เพียงการบอกเล่า หรือนำพา
.
พี่หริ่งไม่ได้เพียงสอนทักษะ
แต่เป็นให้ดู - อยู่ให้เห็น

การสังเกต รับรู้ความรู้สึก และแปลความต้องการ ของผู้เข้าร่วมที่ต่อว่ากระบวนการ
แล้วทบทวนย้อนกลับ เพื่อสอบถามเขาว่าเข้าใจถูกต้องไหม
ให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าเรา รับรู้ - เข้าใจ - ยอมรับ ตัวตนของเขา
หน้าที่ของผู้นำกระบวนการคือการสื่อสารสิ่งเหล่านี้ให้กลุ่มรับรู้และยอมรับด้วย
แล้วถามต่อไปว่ามีใครรู้สึกเช่นนี้ด้วย และจะช่วยกันปรับยังไงให้ทุกคนพอใจ
.
“เราให้คุณค่ากับความต้องการของทุกคนเท่าเทียมกัน“
หลักการพื้นฐานของการสื่อสารอย่างสันติ
ตัวอย่างจากชีวิตจริง
.
การอบรม สื่อสารอย่างสันติขั้นกลาง
เรือนร้อยฉนำ
5-7 ธันวา 51

ความขัดแย้งที่งดงาม

คลี่คลายความขัดแย้งด้วยสันติวิธี
(หรือประมาณนี้)
.
เป็นคอร์สที่เราไม่เคยเข้า
เป็นเรื่องที่ไม่คุ้น และชอบหลีกหนี
อ่านสรุปอบรมครั้งก่อนๆ ก็เป็นตัวหนังสือที่ลอยผ่านไป…ไม่ซึมซาบสักนิด
แถมด้วยการป่วย เป็นไข้ เจ็บคอ ปวดท้อง
เลยขอเป็นคนบันทึกอย่างเดียว
คิดถูกมากๆๆๆ
.
เป็นการอบรมที่เนื้อหามากมาย
ซับซ้อน ท้าทาย
และเช่นเคย…สุดท้ายก็ต้องกลับมาดูตัวเอง เข้าใจตัวเอง คลี่คลายตัวเอง
เหมือนว่าปัญหาแทบทุกอย่างที่เจอ สุดท้ายก็ต้องกลับมาแก้ที่ตัวเอง
.
ขอบคุณพี่ๆผู้เข้าร่วมทุกคน ที่เป็นครูช่วยสอนบทเรียนที่มีชีวิตให้เรา
เคยได้ยินมาหลายครั้ง ว่าจริงๆแล้วผู้เรียนเป็นผู้สอนมากกว่ากระบวนกร
เพิ่งรู้สึกจริงๆครั้งนี้แหละ
.
ก่อนกลับ…ปิดวง
พูดความในใจ
ฟังผู้คนพูดถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ ความประทับใจ และแรงบันดาลใจไปทำสิ่งดีๆต่อ
เหมือนเป็นช่วง รับค่าตอบแทน

เงินที่ได้เป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิต ให้เรายังอยู่ได้
แต่คำพูดเหล่านี้แหละ คือสิ่งตอบแทน เป็นรางวัลที่แท้จริง

วันสุดท้าย

เมื่อมีพบ ก็ต้องมีจาก
คำเก่าๆที่จริงเสมอ
.
เรามาขอร่วมงาน TOT จิตตปัญญารอบนี้
ด้วยความรู้สึกว่าอยากทำอะไรซักอย่างให้ได้ยังอยู่ในเครือข่ายนี้
อยากอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้
ยังไม่แก่หล้าพอที่จะเป็นกระบวนกรเต็มที่…ขอมาช่วยเป็นคนบันทึกละกัน
.
ตลอดการเดินทาง
มีทั้ง ตื่นตาตื่นใจ สนุก เบื่อ ง่วง เหงา ซาบซึ้ง
หลายครั้งที่รู้สึกเป็นคนนอก ท่ามกลางกลุ่มคนที่ผูกพันกันมากขึ้นๆ
.
วันสุดท้าย
กิจกรรมแรกของวันที่เชื้อเชิญให้ผู้เข้าร่วมมากอดกัน
เราเป็นผู้สังเกตการณ์…ที่วางตัวไม่ถูก
จนน้าติ๋มเข้ามาสวมกอดเราอย่างแนบแน่น
และอีกหลายๆคนที่ตามมา
.
จนท้ายสุดของการร่ำลา
ที่ทำให้เรารู้ว่า เราก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้ ในแบบที่เราเป็น
มิตรภาพอุ่นๆ ที่ทำให้มีน้ำตาอีกครั้ง
.
พี่เล็กบอกว่า…
เมื่อเราเดินจากที่นี้ไป
สิ่งที่เหลือไว้มีเพียงความเหงา
.
หลังเดินออกจากห้องนั้น
ก็ไปค่ายต่อที่เพชรบุรี
วันนี้กลับถึงบ้าน…ความเหงาถึงเพิ่งมาทักทาย
.

ความเหงาทำให้รู้ว่าเราเคยได้สัมผัสรัก
และมีคนให้เราคิดถึง

ลอยกระทง

ขอลอย…ความคลางแคลงสงสัย
ทั้งในความรักต่อตัวเอง ต่อผู้อื่น และที่ผู้อื่นมีต่อเรา
.
ขอให้มีความเชื่อมั่นในความรักที่ไร้เงื่อนไข

ลมหนาวแรก

ลมหนาวแรก
ภูเขามืด จันทร์สว่าง
มิตรภาพอุ่น
.
ลมหนาวมาถึงแล้ว
กับการจัดอบรมมาราธอนให้คณะนิติ ม.น. พิษณุโลก
เริ่มจากนิสิตปีหนี่ง 3 รุ่น
ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย จบด้วยรอบอาจารย์ + เจ้าหน้าที่
เด็กรุ่นนี้เป็นเด็กประหลาดที่สุดที่เคยเจอมา
เข้าใจตัวเอง มีน้ำใจ ช่วยเหลือกัน และมีความซื่อตรงอย่างไม่น่าเชื่อ
(เล่นเกมส์ผิดกติกาไปนิดเดียว ก็เตือนกันเอง เริ่มใหม่ทั้งที่เราไม่ต้องบอก)
น่าปลื้มใจแทนผู้คนที่ช่วยหล่อหลอมให้พวกเขาเป็นแบบนี้
.
รอบอาจารย์ + เจ้าหน้าที่
มีเสน่ห์ไปอีกแบบ
ได้เห็นคนที่ใส่ใจกันมากมาย แต่มีอะไรไม่รู้มาทำให้ไม่เข้าใจกัน ได้หันหน้าเข้าหากัน
ได้เห็นคนกอดกัน…เปิดใจ…มีน้ำตา
มิตรภาพสวยงามจัง
และแอบรู้สึกว่าอาจารย์คณะนี้แต่ละคนมีคาแรคเตอร์ดีเนอะ
เหมือนตัวการ์ตูน
เรียนที่นี่คงสนุก
.
ขอบคุณ…
น้องๆนิสิตที่เปิดใจเรียนรู้ เติมพลังแห่งความไร้เดียงสา และช่วยยืนยันว่าความดีงามยังคงอยู่ในตัวคน
คณะอาจารย์และเจ้าหน้าที่ กับการให้โอกาสเปิดรับ ความซื่อตรงที่สื่อออกมา และเสียงหัวเราะ
พี่เจน พี่เล็ก วี กานต์ กับการต้อนรับ ดูแลที่อบอุ่น
แนน เก๋ ที่ร่วมเดินทาง และอ้อมกอดที่ทำให้รู้ว่ายังมีคนที่รักเราเสมอ
.
.
ลมลูบไล้
กายตื่น ใจตื่น
เห็นความงามคนรอบตัว

หวิว…หวิว

ใจหวิว หวิว….
บางทีก็เต้นแรงจนสะท้านไปทั้งตัว
บางทีก็เว้นจังหวะไปนาน เหมือนหยุดไปชั่วขณะ
.
เช้่านี้ทุกอย่างดูเปลี่ยนไป…
หนังสือที่หัวเตียง
ต้นไม้หน้าบ้าน
เพลง
แม้แต่เค้กชอคโกแลต
.
วันนี้เป็นวันที่เรา
กล้าเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เราทำได้
และควรทำมานานแล้ว
.
พยายามตามรู้ความรู้สึกมากมายที่เกิดขึ้น
เหมือนโตขึ้นมาก เพียงข้ามคืน
.
.
.
ดูแลตัวเองด้วยนะ

คืนวันที่หลากหลาย

วันที่ 8 ตุลาคม 2551….ควรค่าแก่การบันทึกอย่างยิ่ง
.
เริ่มต้นแต่เช้าตรู่ด้วยด่านสุดท้ายของภาระกิจทำหมันมา ที่ยาวนานกว่า 3 เดือน
พาเต้าฮวย (สมาชิกหมาแห่ง YIY) ไปตัดไหมที่โรงบาลสัตส์ เกษตร
.
เหนื่อยจัด + ดีใจมากที่ภาระกิจสำเร็จ + หิว
จึงไปฉลองมื้อใหญ่ที่ฟูจิเซ็นทรัลลาดพร้าว
ตามด้วยการมองหา notebook ตัวใหม่…ไถลไปนิดๆ
.
มาถึงวายไอวายบ่ายๆ
ทำงาน…ทำงาน…ทำงาน
.
ยามเย็นไปฟังเรื่อง “ชัมบาลา” และนั่งภาวนาร่วมกันนิดหน่อย
The Shambhala Legend of Enlightened Society:
Words of Wisdom for a World at War
With Richard Reoch
Wednesday October 8th, 2008
7:00 pm to 9:00 pm
ซอยไผ่สิงโต ข้างศูนย์สิริกิตย์
คุยเรื่อง compassion vs. agression
ความท้าทายของการดำรงอยู่กับสถานการณ์ความรุนแรง
.
อาหารเย็นแถวสีลมกับ นะผุย-นายตั้ม-ดง (เพื่อนตั้มผู้โด่งดัง)
คุยเรื่องความกดดันชีวิตชาวกรุง & มนุษย์เงินเดือน
.
ระหว่างทางกลับบ้าน…คุณน้องชายโทรมาบอกว่าร้องเพลงที่ร้านเสร็จแล้วกลับด้วยกันป่าว
ก็เลยหาที่นั่งรอ
จบลงที่ Budda Bar…โต๊ะหน้าเวที คืนเพลงร๊อค
.
ถึงบ้าน (ซะที)
พี่สาวบอกว่าต้องการความช่วยเหลือจากคนมีรถ ณ ราชดำเนิน
เตรียมการช่วยเหลือคนป่วย
รู้สึกครั้งนี้ไม่ไปไม่ได้
ออกจากบ้าน (ปทุมธานี) [...]

Good Morning

เริ่มเช้าวันใหม่
ด้วยกาแฟหอมๆ
กับบราวนี่แมคคาดาเมียนุ่มๆ
..
วันนี้ต้องเป็นวันที่ดีแน่ๆเลย
.
.
อรุณสวัสดิ์ค่ะ

รักคือ…

อย่าให้ใครเขาเป็นจ้าวชีวิตเธอ นะคนดี
เพราะเธอเกิดมาบนโลกอันเสรี…
.
จริงเหรอ
.
เราอยู่บนโลกที่เสรีได้…..
เราไม่ให้ใครมาควบคุมชีวิตเราได้….
???
.
แล้วทำไมทำไม่ได้ซะที
.
……………….
.
ไปเจอข้อความเก่าๆในบันทึกจากการพูดคุยกับอ.น้อย - พี่สาวแสนรัก
“การรักคนที่น่ารักนั้นไม่ยาก
แต่การรักคนที่ทำตัวไม่น่ารัก
คนที่ทำร้ายเรา
หรือแม้แต่เมื่อเขาผลักไสความรักของเรา
ความรักที่ให้จนเจ็บนี้
ถึงจะเป็นรักที่ไม่มีเงื่อนไขอย่างแท้จริง
…….ด้วยรักจนหัวใจสลาย และยังฟื้นขึ้นมารักใหม่ได้อีกครั้ง”
.
ความรักแบบนี้
ที่เราเคยเชื่อถือ ยึดมั่นมาตลอด
ดีจริงๆแล้วหรือ
.
หรือมันทำเราเป็นคนแสนดี
และทำให้คนที่เรารัก รู้สึกว่าเขาเป็นคนเลวมากขึ้นกว่าเดิม
.
(ความรู้สึกจากการนอนดูหนังเรื่อง Memory of Mutsuko กับน้องแนน)
.
พระเจ้าคือความรัก ========== ความรักคือพระเจ้า ?
.
เหรอ????
.
?????????.
.
แล้วตัวเราล่ะ
อยู่ที่ไหนกัน
.
.
หายใจไม่ออก
ช่วยด้วย