ความใส่ใจกัน
เรียบเรียงจาก เท็ด ทอล์ค ปี 2007
เดเนียล โกล์ดแมน, นักจิตวิทยา และผู้เขียนหนังสือ Emotional Intelligence
.
ในงานวิจัยที่วิทยาลัยศาสนศาสตร์พรินส์ตันมีการศึกษาคำถามที่ว่า
?ทำไมเมื่อเรามีโอกาสที่จะช่วยเหลือผู้อื่น บางครั้งเราช่วยแต่บางครั้งเราไม่ช่วย?
นักศึกษาธรรมกลุ่มหนึ่งได้รับการบอกกล่าวให้ฝึกเทศน์ในหัวข้อที่กำหนดให้
นักศึกษาครึ่งหนึ่งได้รับหัวข้อเกี่ยวกับนิทานเรื่องสมาริตัน ? ผู้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ข้างถนนและผู้ต้องการความช่วยเหลือ
และนักศึกษาอีกครึ่งหนึ่งได้รับหัวข้ออื่นๆทั่วไป
พวกเขาถูกบอกให้เดินข้ามฝั่งไปที่อีกตึกหนึ่งทีละคน เพื่อจะไปฝึกเทศนาในหัวข้อที่ได้รับ
ในขณะที่เดินข้ามตึกไปพวกเขาได้ผ่านชายผู้หนึ่งกำลังหดตัวและครางร้องอย่างเจ็บปวด ชัดเจนว่าต้องการความช่วยเหลือ
.
คำถามคือ
พวกเขาจะหยุดช่วยไหม?
.
และคำถามที่น่าสนใจกว่าคือ การที่เขากำลังนึกถึงนิทานของสมาริตันจะมีผลไหม?
คำตอบคือ
.
ไม่เลย
.
ปัจจัยที่ทำให้พวกเขาจะหยุดช่วยชายผู้นั้นหรือไม่
ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขารีบแค่ไหน และหมกมุ่นกับสิ่งที่กำลังท่องอยู่แค่ไหน
ระหว่างนักศึกษาที่ได้รับการบอกว่าเขาสายแล้วให้รีบไป
กับนักศึกษาที่มีเวลาเดินไปเรื่อยๆสบายๆกลุ่มหลังจะช่วยมากกว่า
และระหว่างถูกกดดันให้ท่องให้ได้กับกลุ่มที่ไม่ได้รับการกดดันกลุ่มหลังก็จะช่วยมากกว่าเช่นกัน
เราไม่ช่วยเหลือผู้อื่นในทุกโอกาสที่เราทำได้ เพราะเรากำลังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องอื่น
.
มีวิทยาศาสตร์ทางสมองสาขาใหม่คือ Social neuroscience ที่ศึกษาวงจรในสมองคนสองคนที่กำลังมีปฏิสัมพันธ์กัน
ผลที่ได้คือ ความสัมพันธ์พื้นฐาน (Default wiring) ของเราคือการช่วยเหลือ!
ในขณะที่เรากำลังให้ความสนใจกับอีกคนหนึ่งเราจะรู้สึกร่วมไปกับเขาโดยอัตโนมัติ
มีการค้นพบประสาท (Neurons) ใหม่ในสมองเราที่ทำหน้าที่เหมือนระบบ Neuro-wifi ที่กระตุ้นสมองของเราในจุดเดียวกันกับอีกคนหนึ่งที่เรากำลังมีปฏิสัมพันธ์ด้วย
เราจึงมีความรู้สึกร่วมโดยอัตโนมัติ และเมื่อคนหนึ่งกำลังเจ็บปวดหรือต้องการความช่วยเหลือ เราจึงพร้อมจะช่วยโดยอัตโนมัติเช่นกัน
.
แล้วทำไมเราถึงไม่ช่วยล่ะ?
คำตอบง่ายๆก็คือเมื่อเรากำลังสนใจอยู่แต่กับตัวเอง เราไม่ได้สนใจผู้อื่นอย่างเต็มที่ และปิดรับสัญญาณตรงนี้ไป
มีการสัมภาษณ์ฆาตรต่อเนื่องในเมืองซานตา ครูซ ที่ฆ่าคนมามากมายรวมทั้งผู้คนใกล้ชิดและคนในครอบครัว
ปรากฏว่าชายผู้นี้มีไอคิวถึง 160 เข้าขั้นอัจฉริยะเลยทีเดียว
แต่เห็นได้ว่าไอคิวไม่ได้มีความสัมพันธ์กับความรู้สึกเห็นอกเห็นใจเลย มันอยู่ในความควบคุมของสมองคนละส่วนกัน
เขาถูกถามว่า ?ไม่รู้สึกถึงคนที่เขาฆ่าเลยหรือ??
เขาตอบว่า ?ไม่เลย ผมต้องปิดความรู้สึกส่วนนั้นไป ไม่เช่นนั้นผมก็จะทำไม่ได้?
บางครั้งเราก็ปิดการรับรู้ส่วนนั้นเช่นกัน เมื่อเราสนใจแต่ตัวเอง
.
การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับการซื้อของ ทุกวันนี้เรามีทางเลือกมากมายในการเลือกซื้อ
มีความพยายามที่จะผลักดันแนวคิดเรื่องการซื้อของอย่างใส่ใจ (compassionate shopping)
คือการใส่ใจถึงผลกระทบของผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เราซื้อ
เทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถทำให้เราหาข้อมูลได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วว่าสินค้าแต่ละชิ้นทำมาจากที่ไหน ใช้วัตถุดิบอะไร และมีผลอะไรต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมบ้าง
มีหนังสือและการรณรงค์มากมายเพื่อให้ความรู้เรื่องนี้
แต่มันจะมีประโยชน์จริงหรือ?
วันหนึ่งในสถานีรถไฟใต้ดิน มีชายคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น ผู้คนนับร้อยเดินข้ามเขาไปมา ไม่ใครใส่ใจ
แต่เมื่อผมหยุดและนั่งลงดูเขา ในทันทีคนนับสิบก็หยุดดูด้วย และหลายคนก็ช่วยเหลือชายคนนี้
สิ่งที่จำเป็นมีแค่เพียงความสนใจ
ดังนั้นผมจึงยังมีความหวัง
???..
คนเรามีธรรมชาติของความเห็นอกเห็นใจกัน [...]
Filed under: Uncategorized on August 5th, 2008 | No Comments »