เหตุผลของการ “เซ้าซี้”

คำแรกที่ผุดขึ้นมาเป็นคำแรกของวันนี้ คือ “เซ้าซี้”
คงเพราะฝังอยู่ในสมองส่วนลึกมาเป็นเวลานาน และ…
คนรอบ ๆ ตัว มักบอกอยู่เสมอว่า “ไม่ชอบการเซ้าซี้”
.
.
แล้วไงล่ะ….
เคยคิดมั้ยล่ะว่า…ทำไมต้องเซ้าซี้ ??
1. เวลาที่คนเรามีคำถาม หมายถึงเราต้องการคำตอบ, อยากรู้, สงสัย ใช่ป่ะล่ะ….
และถ้ามันไม่เคยได้คำตอบ? แล้วมันจะหายสงสัยมั้ย ??
พอไม่…ถามอีกก็กลายเป็นว่า “เซ้าซี้”
2. คำตอบที่ได้?มีแต่คำว่า “ไม่รู้” แล้วจะให้เข้าใจยังไงล่ะ
(บ่อยครั้งนะ ที่เรื่องบางเรื่องก็ไม่ต้องมีเหตุผล ไม่ต้องการเหตุผลก็เข้าใจได้?
แต่ก็บ่อยครั้งอีกเหมือนกัน ที่เรื่องบางเรื่องต้องการเหตุผประกอบ
เพื่อที่จะทำให้เข้าใจความรู้สึก ความนึกคิดของกันและกันมากขึ้น
เพราะถ้าไม่อย่างนั้น เราจะเข้าใจกันได้ยังไง)
3. เมื่อไม่ได้คำตอบจากคำถามเดิม…
เลยอยากจะเลี่ยงไปคำถามแบบ by pass เพื่อที่จะได้เข้าใจมากขึ้น
ถามไป-ถามมา … กลับมาที่เดิม 555
ก็เลย “เซ้าซี้”
4. บางครั้ง เมื่อ “เซ้าซี้ ” ไปเรื่อย ๆ อาจจะทำให้เราเข้าใจตัวเราเองโดยปริยาย
เลยรู้สึกว่า ถ้าตอนนี้ยังไม่มีคำตอบให้คนอื่นล่ะก็
การมีคำตอบให้ตัวเองก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี..นี่นา
5. ก็แค่รู้สึกไม่แน่ใจว่า การตอบแบบนั้น เป็นคำตอบของคนตอบแล้วหรือยัง
ไม่ได้ตอบเพียงเพื่อเอาใจคนถาม…(อยากได้ความมั่นใจในคำตอบ ก็เท่านั้น)
6. ถ้าการเซ้าซี้ คือการย้ำถึงสิ่งที่เราเคยคุยกันไว้ล่ะก็…มันก็เพียงแค่การย้ำและเตือนเท่านั้นเอง
7. เซ้าซี้ แบบขำ ๆ อยากหัวเราะเอามันส์นี่ล่ะมั้ง….เหตุผลของการ “เซ้าซี้”
เท่าที่คิดออก….
เพราะ “เราก็เป็นคนนึงที่ชอบเซ้าซี้”
เพียงด้วยเหตุผล เพราะอยากจะเข้าใจใครซักคน…

?

2 Responses to “เหตุผลของการ “เซ้าซี้””

  1. เออเนอะ

    เห็นด้วยๆๆๆ

    update แบบนี้บ่อยๆนะ
    ชอบๆ

    มาถือโอกาสตอบเหมือนเขียนบล๊อคตัวเองตรงนี้ไปเลย ;)

  2. อย่ามาเซ้าซี้!

    ฮ่าๆ
    ล้อเล่น
    เซ้าซี้ไปเถอะ
    พอแนนเบื่อแล้วจะบอกเอง

Leave a Reply