ความสุขไม่ได้อยู่ที่ตัว

e’เจ๊บอกว่า…

“ถ้าความสุขเราผูกไว้กับคนอื่น

เวลาที่เค้าหายไป…เค้าจากเราไป…ความสุขของเราก็จะหายไปด้วย”

อืม..

เป็นจริงล่ะ…

มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ

ตอนนี้…

“ความสุขชั้นหายไปอีกแล้วล่ะ”

ความสุขกับการอยู่กับคนรักกัน

งานแรกของวันนี้…คือ การ up blog

(ถึงแม้จะเริ่มเอาตอนบ่าย ๆ ก็เถอะ…อิอิ)

เมื่อคืน…มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนสาว…

เพื่อนสาวที่สนิทกันมาก ๆ

ปกติก็เม้าท์กันเรื่อยเจื้อย…แต่เมื่อคืนคุยกันนานมาก…ก..ก…ก..

(นานยังกับคนจีบกันเถอะ…)

ต้นเหตุเกิดจาก…อีเพื่อนสาวชั้นมันงอนคุณแฟน…

เอ..จะเรียกว่างอนก็ไม่ใช่…อาการนี้อาจเรียกได้ว่า เป็นอาการรู้สึกตัวมากกว่า…

เหมืิอนคนรักกัน…ก็จะมีความสุข และเลือกที่จะอยู่กับคุณแฟนทุกเวลาที่มีโอกาส…

อีเพื่อนสาวคนนี้ก็เหมือนกัน…ธรรมดามนุษย์โลกล่ะ…

จนวันนึง…ที่อีคุณแฟนก็มีชีวิตของมันปกติ…

กินเหล้า…ทำงาน…เรียน…กับแก๊งค์เพื่อนหนุ่มของมัน

อีนี่ก็รู้สึกว่า ชีวิตอีคุณแฟนก็ดำเนินได้ดีนี่นา…ไม่ต้องมีมันก็ได้…

แล้วทำไมชั้นต้องติดอยู่กับมันเนี่ย…

พาลนึกได้เถอะว่า…เอ..แล้วชีวิตที่ชั้นเคยมี เคยทำ มันหายไปไหนหมด…

ชีวิตที่เคยช่วยเหลือตัวเองได้ มันหายไปไหนกัน…e’ชีวิตสาวเวิร์ค ๆ ของกรูหายไปไหนเนี่ย

เพื่อนแก๊งค์นี้…แก๊งค์นู้น…ไม่ได้ไปเที่ยวกับมันมานานแค่ไหนแล้วนะ…

ชั้นไม่ได้เดินสวนกี่เดือนมาแล้ว…

ที่เที่ยวที่มันฮิป ๆ เก๋ ๆ ที่ชั้นชอบไปล่ะ…ทำไมไม่ได้ไปมานาน…

เออแฮะ…เพิ่งรู้สึกตัว…(3 หรือ 4 ปีล่ะมั้ง…อิอิ)

ก็เวลาที่มันมีน่ะ…ชีวิตที่มันเป็น…ก็เอาไปอยู่ เอาไปเป็นกับคุณแฟนงัยล่ะ…อิอิ

(แล้ววันนี้ เหมือนว่า จู่ ๆ ก็รู้สึกได้ว่า อยากจะเป็น “เอกราช” ขึ้นมา…

ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาก็ยอม “ตกเป็นเมืองขึ้น” แต่โดยดีนะ

เพิ่งนึกได้ว่า ชั้นควรจะต้องเป็นเอกราชนี่นา ไม่่ควรง่อยเปลี้ยเสียขา…ประมาณนี้)

แต่…

ไม่ได้โกรธมันนะ…ไม่เคยนึกจะโกรธเพื่อนที่มีแฟนแล้วหายไปเลย…

เข้าใจได้ถึง…วงจรความรัก…

“วงจรความรัก”…มักเป็นแบบนี้…

เราเชื่อ…เพราะเราก็เคยเป็น…

ช่วงเวลาแบบนั้น…มีความสุขจะตาย…ไม่ต้องไปไหน…ไม่ต้องทำไร…

นอนเล่น อ่านหนังสือ ดูทีวี กินข้าว ทำกับข้าว ดูหนัง ฟังเพลง

กรูขลุกขลิกของกรูอยู่ได้ทั้งวันเถอะ…เหอ..เหอ

อืม..

นึกแล้วขำ…

ทำมาเรียกร้อง…ชิชิ…

เชื่อเถอะ…ว่ามันคุ้ม…

และไม่ต้องเรียกร้องอะไร…

เมื่อไรที่มึงอยากได้เพื่อน..อยากไปเที่ยวกับแก๊งค์ไหน…

อยากพักการเป็นเมืองขึ้น มาตั้งตัวเป็นเอกราชเมื่อไร…

แค่โทรมา…เราจะเจอกัน…

(ยกเว้น…เวลากรูนอย)

อืม..

ว่าแต่…

ไอ้อาการ “ตกเป็นเมืองขึ้น” นี่…

ก็ทั้งสุข และทั้งเศร้าเน๊อะ…

สุข…แบบสุขท่วมหัวใจ…อยู่กับคนที่เรารัก…ในช่วงเวลาที่เรารักกัน..

เศร้า…แบบกัดกินหัวใจไปทั้งก้อน…ตอนที่ตัวเองเริ่มรู้สึกได้ว่ากำลังง่อยเปลี้ย

พึ่งคนรักมากเกินไป ทั้งกาย ใจ และความรู้สึก จนทำให้ความเป็นตัวของตัวเองหายไป…

วิธีการจัดการที่นึกออก…

เพียงแค่เรารู้ตัว…รู้หัวใจ…แล้วเลือกที่จะทำ…

ความสุขก็จะมาหาแบบรู้เนื้อรู้ตัว…ล่ะมั้ง…..

และ และ และ

“วันนี้เค้ามีความสุขจัง…ยิ้ม..ยิ้ม…ร่าเริง..ร่าเริง”

-พอจะมีเวลาให้ความสุขบ้างไหม-

วันนี้เป็นวันอาทิตย์…

เป็นวันอาทิตย์ที่เตร็ดเตร่…เตร่เตร็ด

หงุ่น-หงุ่น…หยุ่น-หยุ่น

เหงา..เหงา…

เรื่อยเจื้อยไปเรื่อย ๆ …

และได้มีโอกาสเจอหนังสือเล่มนึง…

ชื่อ “พอจะมีเวลาให้ความสุขบ้างไหม”

เป็นของ “นิ้วกลม” นักเขียนคนโปรด…

อ่านชื่อหนังสือแล้ว…เลยได้ย้อนถามตัวเอง…

เออ…เราพอจะมีเวลาให้ความสุขบ้างมั้ยนะ…(หมายถึง ยุ่งจนไม่มีเวลาจะสุข)

หรือว่า…เราพอจะมีความสุขในบางช่วงของเวลาบ้างมั้ยนะ….

อืม..

ถ้าช่วงนี้คงเป็นอย่างหลัง…

ไม่ใช่ว่าไม่สุข..และไม่ใช่ว่าจะทุกข์

แต่มันเหงาอีกแล้ว…ว….ว

หงุ่น-หงุ่น

กรุ่น-กรุ่น

หรือว่า ยาที่จะรักษาอาการนี้ได้ คือ….

การต้องพยายามอยู่คนเดียวให้มากขึ้นนะ…

ร่างกายจะได้สร้างภูมิคุ้มกันให้้มากขึ้น..

จะได้แข็งแรงขึ้น…

และไม่เหงาได้ง่าย ๆ อีก

.

.

คิดถึง e’พี่สาว

ท้าวความ

(เขียนแบบนี้หรือปล่าวนะ…จะเขียนเป็น “เท้าความ” ก็ดูจะเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย…มันทะแม่งทะแม่ง…

เอาเถอะ…เอาเสียง ไม่เอารูป…

เฮ้อ…แค่จะเล่าความหลังก็หมดไป 3 บรรทัดแบบยังไม่เห็นเนื้อไม่เห็นหนังเลย)

อ่ะ…ซะที…

ในบ้าน YIY ที่เคยเล่าให้ฟัง ก็มี e’พี่สาวคนโต อีกคนนึงล่ะ (จริง ๆ ก็อายุไล่เลี่ยกับชั้นมาก ๆ แต่ก็ยังแก่กว่าอยู่ดี อิอิ)

ก็เป็นพี่สาวคนโตในบ้าน YIY ที่ขี้เอาแต่ใจ ประหนึ่งน้องสาวคนเล็ก

แถมมีฐานะพ่วงท้ายเป็นถึง Director หัวโต ประจำ YIY ด้วยเถอะ…

e’ เจ๊นี่ แกจะมีความสามารถพิเศษเรียกได้ว่า เป็น “มนต์สะกด”

หากแกอยากได้ของสิ่งใด โดยเฉพาะของกิน เค้ก ชอกโกแลต.. แกจะนั่งอยู่กับที่ และจะเริ่มเรียกชื่อสิ่งของที่แกต้องการ เรียกซ้ำ ๆ ตราบนานเท่านาน จนกว่าจะมีคนรำคาญและหยิบมาให้แก เท่านั้นล่ะ …พึงพอใจ…

(คำจำกัดความของ “มนต์สะกด” ที่ว่า คือ เป็นมนต์ที่สะกดให้คนอื่นรำคาญ แล้วทำตามความต้องการของแก..55)

.

.

เท่าที่จำได้….

ตั้งแต่…เยื้องตีนเข้ามาเหยียบ YIY… e’เจ๊นี่ ก็เป็นผู้หญิงคนที่ 2 ที่เจอ…(รองจากน้องอีกคน ชื่อ หญิง (หญิงเล็กนะ))

“e’เจ๊นี่” คุยกับชั้นอย่างเมามันส์…เหมือนเพื่อนรู้จักกันมานานเถอะ…

อืม…คุยกันได้นานจริง ๆ กับ e’เจ๊คนนี้…

จวบจนทุกวันนี้ หากนาน ๆ เจอกันที หรือมีเวลาว่าง ๆ (เช่น รอหมาหาหมอ) เป็นต้องเม้าท์กันเรื่อยเจื้อย…

เรื่องชาวบ้าน เรื่องตัวเอง และเรื่องตัว e’เจ๊เอง

แอบแปลกใจ…บางครั้งก็เหมือนจะไม่สนิท แต่พอได้คุยทีไร ก็สนิทกัน สนิททั้งตัวและหัวใจทุกครั้งไป…

คงเพราะ มันรุ่นใกล้กัน บางครั้งมันรู้จักตัวชั้นดียิ่งกว่าตัวชั้นเองซะอีก และชั้นเชื่อว่า “ทุกสิ่งที่มันสะท้อน เกิดจากความหวังดีทั้งนั้น”

(เรื่องจริง เป็นแบบนั้นหรือปล่าวไม่รู้….เอาเป็นว่า กูเชื่อของกูละกัน)

จนวันนี้…มันเจอทางของตัวเองแฮะ…

จำได้ว่า ครั้งที่ 2 ที่มันบอกจะออกจาก YIY ชั้นโกรธมันมาก…

แอบด่ามันไปด้วย…”ไม่ห่วงน้องเลยนะ”…

กลับมาถึงห้องตัวเอง ด่าตัวเองเป็นวรรคเป็นเวร

“ไปด่ามันทำไม นึกว่าง่ายนักเหรอ กว่ามันจะตัดสินใจได้ กว่ามันจะพูดออกไปได้”

ต้องรีบขอโทษขอโพยมันเป็นการใหญ่..

.

.

แล้ว…มันก็ย้ายที่ทำงาน ไปหาสิ่งที่มันชอบ…หรือคิดว่าชอบ ณ ตอนนี้…

“บ้านเสม” บ้านแห่งการฝึกอบรม

ซึ่งเราเองก็เคยเป็นหนึ่งของการฝึกอบรมจากบ้านนี้เหมือนกัน

ทำให้รู้สึกคุ้นเคยได้ไม่ยาก

และสิทธิของการถูกฝึก คือ การเป็นเหมือนสมาชิกของบ้านเสมโดยปริยาย

และได้รับ “สารเพื่อนเสม” (จดหมายข่าวประจำบ้านเสม)

สำหรับ “สารเพื่อนเสม”

โดยส่วนตัวแล้ว ชอบ อยู่แล้ว…และเลือกที่จะรับด้วยรูปแบบเล่ม (ไม่รับทาง e-mail)

เพราะส่งไปที่บ้าน มักจะมีคนได้อ่านด้วยเสมอ (โดยเฉพาะพี่สาวแม่ลูกอ่อนชั้น ที่ชั้นเล่าเรื่องที่ทำงาน จนมันรู้จักไปทุกคนทุกงาน)

เดือนนี้ ได้รับสารเพื่อนเสมตามเคย

แต่ที่ไม่เหมือนเคย คือ มีชื่อผู้เขียนหน้าใหม่ ที่ชื่อไม่ใหม่สำหรับเราเลย…

“e’เจ๊” นั่นเอง…

ตื่นเต้นโคตร !!

ตั้งใจอ่านโคตร !!

.

.

ด้วยความที่ค่อนข้างจะสนิท

และชั้นเป็นคนขี้จิก

สนุกกับการแซวซะมากกว่าการชื่นชม

(ทั้ง ๆ ที่รู้ผลของการกระทำนั้น ๆ ดี..เหอ เหอ..)

เลยทำให้…ไม่ค่อยได้ชื่นชมมันเท่าไหร่…

และที่ี่ไม่ค่อยได้บอก “e’เจ๊” คือ…

“แก เป็นคนนึงที่เขียนหนังสือดี…ดีมากเลยล่ะ…มันกำลังพัฒนาไปเรื่อย ๆ

และช่วงปี - 2 ปีนี้ แกเปลี่ยนไปมาก

กำลังโต เบ่งบาน แตกยอด

แกเติบโตทางภายในของตัวเอง

พัฒนาความคิด

และเปิดใจกว้างมากขึ้น…”

อืม…

(ชื่นชมจากใจชั้นเลยนะเฟ้ย…เขิน..น..แต่ไม่นับทางภายนอกที่หาผู้ชายไม่ได้นะ..อิอิ..)

อืม..

รอลุ้น…

รอดูการเปลี่ยนแปลงของแกต่อไป…

เอาใจช่วยล่ะ…

คิดถึงว่ะ

วันนี้สีหม่น

วันนี้ตื่นมา แล้วรู้สึกว่าตัวเองสีหม่น ๆ ยังไงไม่รู้

คงประกอบกับ…

ช่วงนี้เหงาพิลึก…

ถึงแม้จะ่ร่าเริงได้ หัวเราะดีอยู่ก็ตาม

แต่แก้เหง๊า เหงา..

วันนี้เลยแก้สีหม่นด้วยการ…

หาเสื้อผ้าสีสดใสใส่…

แงบ แงบ

น่าจะช่วยได้…นา…

Mobile charger

รู้มั้ย..ว่า..

ที่ชาร์ตมือถือของ Sony ไม่สามารถชาร์ตไฟให้กับแบตเตอรี่มือถือ Nokia ได้…

รู้มั้ย!!!

.

.

ไม่ต่างอะไรกับการที่เราไม่สามารถทำให้คนบางคนรู้สึกดีขึ้นได้..

ก็มันไม่ใช่ที่ชาร์ตของเค้า…

ไฟมันก็ไม่เข้า…

แล้วมันจะดีขึ้นได้งัย..

เข้าใจป่ะ..

.

.

ก็แค่…

หาที่ชาร์ตที่เข้ากับตัวเอง..

และหามือถือให้เหมาะกับตัวเอง..

เท่านั้นก็พอ..

(ฺแบตเตอรี่จะได้เก็บไฟได้ทน และมีอายุการใช้งานนาน)

เอิ๊กอ๊าก

คำคมจากไอ้ตึ๋ง

- เจ็บสั้น ปวดนาน -

- ทำตามหัวใจพาไป -

อาจจะมีมากกว่านี้…

แต่จำได้เท่านี้…

ชั้นสมองเสื่อม

หมายเหตุ : การดื่มสุราทำให้สมองเสื่อม (ไดเรคเตอร์บอกไว้)

เค้าต้องการจริงเหรอ ?

“เค้าต้องการจริงเหรอ ?”

เป็นคำถามที่เกิดขึ้นตอนนี้ล่ะ…

หรือว่า คิดไปเองว่า เค้าต้องการ ?

คิดเอง เออเอง ทำเอง

หากวันนึงเราคิดว่า

ตัวเราอาจจะช่วยให้คนอื่นรู้สึกดีขึ้น…จากความรู้สึกแย่ ๆ ที่เค้ามีอยู่ได้..

สำรวจอีกครั้งเถอะ…

คิดไปเองหรือปล่าว…

หลงตัวเองหรือปล่าว…

หรือว่า…

จริง ๆ แล้วเค้าไม่ได้ต้องการ..ใด ๆ

กลับกลายเป็นเราต่างหาก..

ที่ต้องการ…ที่จะสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง…

สงสัยจะแก่

“สงสัยจะแก่” นี่เป็นข้อสงสัยนี้เกิดขึ้นในช่วงนี้…

ที่สงสัยน่ะเหรอ…

ก็…

1. ช่วงนี้นอนน้อย แบบนอนไม่หลับ

2. ถ้าไม่กินเหล้า จะหลับประมาณเที่ยงคืน ตื่น ตี 4 ประจำ

3. ถ้ากินเหล้า จะนอนดึกกว่าปกติ แต่ยังคงตื่นเช้าได้ด้วยตนเอง

เป็นมา 2-3 วันละ…ไม่รู้เป็นอะไร

หรือมีอะไรกังวลใจหรือปล่าวก็ไม่รู้ (แต่ตัวเองไม่ยอมรับไง 555)

หรือจะแก่จริง..55

อืม…ขำ ขำ

ข้อดีของมัน คือ ตื่นเช้า ได้กินอาหารเช้าทุกวัน..ร่าเริงดี

.

.

อีกเรื่อง…

เมื่อคืนได้คุยกับเพื่อนซี้ (อืม..ไม่เคยเรียกกันแบบนี้เลยแฮะ 55)

รู้สึกว่า เวลาเราคุยเรื่องอะไรกับใครก็ตาม

ยิ่งเป็นคนขี้โลเล และไม่มั่นใจแบบเราด้วยล่ะก็

มันตอกย้ำความรู้สึกนึกคิด และความเป็นตัวเองดีจัง…

บางที…

การได้เล่าเรื่องตัวเอง การเล่าความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้คนอื่นฟัง

ก็เป็นการค้นหาตัวเองวิธีนึง..

= กอดตัวเอง =

2-3 วันที่ผ่านมา…

รู้ตัวว่าตัวเองอ่อนแอมาก ๆ

แต่ไม่เหวี่ยง ไม่โวยวาย…

เพียงแต่ฟูมฟาย…ไปตามประสา…

.

จริง ๆ แล้วในสถานการณ์แบบนั้น…

เราอยากได้เพียงคนอยู่ด้วย…

ฟังเรา…นั่งอยู่ข้าง ๆ ดูเราร้องไห้…

กอดเราเมื่อต้องการ..

เท่านั้้น…

และ…คงมีไม่กี่คนที่เราคาดว่า “เค้าพร้อมจะอยู่กับเรา..ในสถานการณ์แบบนี้”

.

.

แต่…ไม่มีล่ะ…ไม่มีแล้ว…

ทำได้เพียง = กอดตัวเอง = กอดไว้แน่น ๆ = …

แล้วอยู่้กับเพื่อนที่พร้อมจะอยู่ข้าง ๆ เท่านั้น…

เท่านั้น…

.

.

ขอบคุณ…

ทุกคน…ที่วนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัว…

.

.

ซักวันจะเข้มแข็งล่ะ